-
สาระน่ารู้
หน้าแรก
สาระน่ารู้
พบข้อมูลจำนวน 123 รายการ แสดงผลอยู่ที่ 11/11 หน้า
จัดซื้อจัดจ้าง
-
สัญญาจ้างก่อสร้าง - โครงการปรับปรุงขยายถนนคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมปูผิวแอสฟัลท์ติกคอนกรีต (Overlay) และติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะถนน รย.ถ.10048 สายบ้านปากแพรก - บ้านหนองไร่ (ช่วงที่ 2 สายหนองไร่ - ละหาร) อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง
-
ใบสั่งซื้อ เลขที่กพ.144/2569 ลว.5 มี.ค. 69 ซื้อวัสดุวิทยาศาสตร์หรือการแพทย์ จำนวน 11 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
-
ใบสั่งซื้อ เลขที่กพ.138/2569 ลว.27 ก.พ. 69 ซื้อวัสดุงานบ้านงานครัว จำนวน 20 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
-
สัญญาจ้างก่อสร้าง - ค่าปรับปรุงอาคารสำนักงานองค์การบริหารจังหวัดระยอง บริเวณชั้น ๑ ชั้น ๘ และชั้น ๙ (ตามแบบ อบจ.รย.)
-
สัญญาจ้างก่อสร้าง - โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายชำสมอ - โพธิ์ไทร หมู่ที่ ๗ ตำบลกองดิน มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่องกับ หมู่ที่ ๗ ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์
ปฎิทินกิจกรรม
ท่านคิดว่า อบจ.ระยอง ควรเน้นหนักแก้ไขปัญหาในเรื่องใดเป็นอันดับแรก
- ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โหวต
- แก้ไขปัญหายาเสพติด โหวต
- แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โหวต
- แก้ไขปัญหาน้ำท่วม โหวต
- ราคาผลผลิตภาคการเกษตร โหวต
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
- กำลังใช้งาน 72 คน
- ผู้เข้าชมวันนี้ 1,589 คน
- ผู้เข้าชมทั้งหมด 20,534,096 คน
แปลภาษา

กล้วยสุกงอมจนเปลือกคล้ำ ช่วยต้านมะเร็งได้จริงหรือ?
มาร่วมกันไขข้อสงสัยที่ว่า กล้วยสุกงอมจนเปลือกเป็นสีคล้ำสามารถช่วยต้านมะเร็งได้จริงอย่างที่แชร์กันอยู่บนสังคมออนไลน์หรือเปล่า จาก ที่มีข้อความที่แชร์กันบนสังคมออนไลน์ว่า กล้วยที่สุกงอมมาก ๆ จนเปลือกเปลี่ยนเป็นสีคล้ำนั้นสามารถช่วยต้านมะเร็งได้ ทำให้เกิดความสงสัยกันไปว่า ข้อความเหล่านั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริง เจ้ากล้วยสุกงอมนี้สามารถช่วยต้านมะเร็งได้อย่างไร วันนี้เราจะพาไปไขข้องใจกับอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ นักวิชาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กันค่ะ มาดูกันสิว่าเจ้ากล้วยที่สุกงอมมาก ๆ จนดูเหมือนไม่น่ากินนั้น มันประโยชน์จริงหรือไม่ อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ ได้ให้ข้อมูลถึงเรื่องนี้เอาไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว Jessada Denduangboripantว่า ข้อ ความที่แชร์ต่อกันมาเกี่ยวกับประโยชน์ของกล้วยสุกงอมที่ช่วยต้านมะเร็งนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นข่าวลือที่มีในต่างประเทศกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 แล้ว โดยอ้างถึงผลงานการวิจัยของนักวิจัยชาวญี่ปุ่น ซึ่งระบุกันในข้อความที่ถูกส่งต่อกันไปว่า "กล้วยที่สุกเต็มที่ จะสร้างสาร TNF (Tumor Necrosis Factor) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยในการต้านมะเร็ง โดยเฉพาะในกล้วยไข่จะมีสารดังกล่าวมากที่สุด และยิ่งถ้าเปลือกมีสีดำคล้ำก็จะยิ่งดีต่อสุขภาพ" แต่ จริง ๆ แล้ว สาร TNF ที่พูดถึงกันนั้นมีอยู่แต่ในระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเท่า นั้น ไม่มีทางที่พืชชนิดอื่น ๆ หรือกล้วยจะสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ นอกจากนี้ในงานวิจัยก็ไม่ได้ระบุว่าให้คนรับประทานกล้วยสุก แต่แค่เพียงนำสารสกัดจากกล้วยฉีดเข้าไปในท้องของหนูเพื่อศึกษาการตอบสนองของ ระบบภูมิคุ้มกัน โดยอาศัยการวัดระดับของ TNF ในร่างกายหนู เพื่อบ่งบอกการทำงานเม็ดเลือดขาวเท่านั้น ซึ่งผลที่ได้ก็ไม่ได้บ่งบอกว่าเมื่อรับประทานกล้วยสุกงอมแล้วจะทำให้ร่างกาย สร้างสารดังกล่าวมากขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้อาจารย์เจษฎา ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมอีกว่า จริง ๆ แล้วกล้วยเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์สูง แต่ก็ควรเลือกรับประทานให้ดี เพราะกล้วยที่สุกมาก ๆ นั้นมีน้ำตาลสูง หากรับประทานเข้าไปก็อาจจะทำให้ได้รับน้ำตาลมากเกินไปได้ค่ะ เป็น อย่างไรกันบ้างพอจะหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมคะ ฉะนั้นใครที่ชอบรับประทานกล้วยที่สุกงอมมาก ๆ ก็น่าจะเพลา ๆ ลงเนอะ เพราะนอกจากจะไม่ได้ช่วยต้านมะเร็งแล้วยังมีน้ำตาลสูงอีกด้วย ทานเข้าไปเยอะ ๆ ระวังอ้วนไม่รู้ตัวนะจะบอกให้ ที่มาของข้อมูล http://health.kapook.com
5 วิธีการชาร์จ iPhone แบบผิดๆ ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าถูก
ต้องยอมรับว่า ไอโฟน เป็นโทรศัพท์เเละเครื่องมือสื่อสารสำคัญที่กล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งในการ เปลี่ยนโลกและเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการสื่อสารของคนบนโลกไปเยอะมาก แน่นอนว่า ผู้อ่านทุกท่านใช้โทรศัพท์ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรแล้ว แบตเตอรี่เอง ก็ต้องหมดลงเป็นธรรมดา และโดยเฉพาะไอโฟนเอง หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ทุกคนบ่นกันคือ ทำไมแบตเตอรี่หมดเร็วจัง (ที่จริงไม่เกี่ยวกับยี่ห้อมั้งครับ เกี่ยวกับการใช้ของเรามากกว่า) กลับมาเรื่องที่ว่าถ้าแบตเตอรี่หมด เราก็ต้องชาร์จโทรศัพท์เเน่นอน บังเอิญมีการแชร์กระทู้จากเว็บบอร์ดของ edtguide.com ที่เกี่ยวกับการตั้งข้อสังเกตว่า การชาร์จ มีหลากหลายแบบมากๆ ทั้งชาร์จ ไอโฟน ไอแพด แล้วก็เวลาชาร์จก็จะทำตามสไตล์ของตนเองถนัด แต่จะมีคนสักกี่คนที่รู้ลึก รู้จริง ซึ่งทำให้เกิดการแนะนำที่ผิด ยกตัวอย่างมา 5 ข้อนี้ เป็นวิธีชาร์จ ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าทำถูกแล้วมาฝาก ลองไปดูพร้อมกัน ผิดที่ 1 ใช้ที่ชาร์จไม่ได้มาตรฐาน (ไม่มี มอก.) ข้อนี้ เป็นความผิดพลาดที่เราอาจละเลย อาทิ เช่น ที่ชาร์จไม่ได้มาตราฐาน เช่น ที่ชาร์จซื้อมาถูกๆ ของปลอม ก็อาจเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตตามที่เป็นข่าวอยู่นั่นแหละ บางคนอาจมองข้ามความสำคัญไป อย่างไรก็ดี ควรมองหาที่ชาร์จ ที่มีเครื่องหมาย มอก. หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม นั่นเอง ผิดที่ 2 ชาร์จพร้อมกับโทร (เสี่ยงต่อการระเบิด) การเสี่ยงจากหัวข้อนี้ ก็คือ ส่วนใหญ่จะมาจากที่ชาร์จที่เป็นของปลอม ไม่มีมาตราฐานเนื่องจาก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นเค้าก็ห้ามใช้จนร้อนเกินอุณภูมิที่กำหนดของมันอยู่แล้ว เช่น ถ้าความร้อนมากเกินไปจากตัวแบตเตอรี่ก็อาจทำให้ระเบิดได้ ถ้ารู้สึกว่าอุปกรณ์อุ่น หรือร้อนมากเกินไปก็ควรหยุดใช้งานอุปกรณ์ชนิดนั้นครับ เพื่อความปลอดภัย ผิดที่ 3 ชาร์จแบตข้ามวัน ข้ามคืน มีการยืนยันจากผู้ใช้งานที่เมืองนอก ว่าการชาร์จแบตเตอรี่ต่างๆ ข้ามวัน หรือข้ามคืนนั้น ส่งผลกับแบตเตอรี่ของเครื่องจริงๆ แต่ก็ยังไม่ยืนยันอย่างชัดเจนว่าเสียหายมากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ผู้ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆเกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์ ควรจะเก็บแบตเตอรี่ให้อยู่ในระหว่าง 40-80% จึงจะดีที่สุด ผิดที่ 4 ไม่มีการปิดเครื่องเลย ปกติเชื่อว่าในชีวิตประจำวันเราต้องติดต่อสื่อสารอยู่ตลอดวัน เราจึงปิดเครื่องเพื่อหยุดการติดต่อน้อยมาก ซึ่งก็น้อยกว่าการปิดคอมจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ ทาง Apple Genius เปิดเผยว่า การปิดเครื่อง iPhone หรือ Ipad ก็ดี ทำให้แบตเตอรี่นั้นมันฟื้นฟูตัวเอง และอย่างน้อยควรทำ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อการใช้งานที่ถูกต้องและปลอดภัย ผิดที่ 5 จะชาร์จแบตเตอรี่ก็ต่อเมื่อเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ บางคนก็รู้เรื่องนี้แล้ว แต่บางคนก็อาจยังไม่ทราบก็มี โดยมาตรฐานของ Lithium Ion ห้ามแบตเตอรี่หมดจนถึงอยู่ที่ 0% หรือไม่มีแบตเหลือเลยจนเครื่องดับไป เพราะถ้าปล่อยให้แบตหมดไปจนเกลี้ยงจะทำให้แบตเสื่อม และจะต้องใช้ไฟเพื่อไปกระตุ้นแบต ทำให้อายุการใช้งานของแบตเท่าที่ควรจะเป็นนั้นสั้นลง แบตจะเสื่อมง่าย ที่มา iphonesimple.com
หนาวสนุกสุขภาพไฉไล ไม่ว่าหนาวไหนก็ Happy ได้ด้วยสุขภาพแบบฟิตเปรี๊ยะ
หนาวสนุกสุขภาพไฉไล ไม่ว่าหนาวไหนก็ Happy ได้ด้วยสุขภาพแบบฟิตเปรี๊ยะ (Momypedia) เรื่อง : วิไลลักษณ์ @Momypedia ลมหนาวมาแล้วจ้า!!! หลายคนคงได้สัมผัสกับลมหนาวกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ ถึงอากาศจะดีแค่ไหนก็อย่าเผลอตัวเผลอใจไปยืนรับลมหนาวจนไม่สบายเชียวนะคะ เพราะเดี๋ยวป่วยยาวไปถึงปีใหม่จะอดเที่ยวกันพอดี เพื่อไม่ให้หน้าหนาวนี้ต้องมีใครนั่งสั่งน้ำมูกจนจมูกแดง หรือนอนซมพิษไข้อยู่แต่บ้าน เรามาเตรียมตัวฟิตสุขภาพให้ดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากันดีกว่า จะได้สนุกกับหน้าหนาวได้อย่างเต็มเหนี่ยวไปเลย 1. อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง อากาศแห้งเย็นมักจะทำให้ผิวเราแห้งกร้าน หรือแตกเป็นขุย ฉะนั้นครีมทาผิวจึงสำคัญค่ะ เลือกครีมที่มีส่วนประกอบของมอยเจอร์ไรเซอร์สูง หรือมีน้ำมันเล็กน้อย ครีมแบบนี้จะช่วยกักเก็บ และเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวในช่วงหน้าหนาวได้เป็นเลิศ แต่สำหรับเจ้าตัวน้อย ก็ให้ใช้เบบี้ออยล์ทาผิวหลังอาบน้ำจะดีที่สุดค่ะ เพราะไม่ระคายเคืองผิว ไม่มีน้ำหอม แต่อย่าทาเยอะไปนะคะไม่งั้นลูก ๆ อาจจะกลายเป็นหมูน้อยอาบน้ำมันไปซะก่อน หรือคุณพ่อคุณแม่จะใช้ด้วยก็ได้ค่ะ 2. ใส่ใจเรื่องอาหาร แน่นอนค่ะว่าเย็น ๆ หนาว ๆ แบบนี้ต้องคู่กับอาหารอุ่น ๆ ร้อน ๆ ดังนั้นควรเลือกทานอาหารร้อน เพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย ส่วนใครที่ยังชอบทานของเย็น ๆ พวกไอศกรีม น้ำแข็งใส หรือน้ำเย็น ๆ อยู่ล่ะก็ ลองลดลงบ้างค่ะ ถ้าไม่อยากเป็นหวัดหรือปวดท้อง เพราะกระเพาะและกล้ามเนื้อมีการหดตัวย่างรวดเร็วค่ะ 3. ทำความสะอาดที่นอน อันนี้สำคัญค่ะ เพราะหน้าหนาวแบบนี้เราจะชอบซุกตัวกับที่นอนแบบสุขอุรากันเกินไป แต่ในหน้าหนาวแบบนี้ล่ะค่ะที่ชุดเครื่องนอนของเรามักจะมีกลิ่นอับ ไรฝุ่น ดังนั้นหมั่นเอาชุดเครื่องนอนทั้งหลายแหล่มาซักตาก หรือผึ่งแดดอยู่เสมอ เพราะในหน้าหนาวที่ผิวเราแห้งอยู่แล้ว เราอาจจะไปแพ้ไรฝุ่นจากที่นอนจนทำให้เกิดอาการคัน เป็นแผล หรือมีปัญหาโรคผิวหนังได้นะคะ 4. ระวังโรคหน้าหนาวทั้งหลาย ไม่ว่าจะหวัด ไข้หวัดใหญ่ ปอดบวม หัดเยอรมัน อีสุกอีใส อุจจาระร่วง รวมไปถึงอาการผื่นคัน ไมเกรน ปวดเกร็งตะคริว ถ้าพบว่ามีอาการน่าสงสัย เช่น ตัวร้อนต่อเนื่องไข้ไม่ลด ท้องเสียต่อเนื่อง หรือผิวหนังเกิดการเปลี่ยนแปลง ให้รีบพบแพทย์โดยด่วน อาจจะดูจิตกจริตไปหน่อยแต่กันไว้ดีกว่าแก้เพราะโรคภัยสมัยนี้รุนแรงขึ้นทุกวันนะคะ 5. อย่าใช้ยามั่ว ๆ ถ้าเกิดป่วยแบบไม่ทันตั้งตัว ไหนจะแพ้อากาศจามไม่หยุด น้ำมูกไหล เป็นหวัดตัวร้อน ผื่นคัน หรือผิวแห้งแตกรุนแรงจนมีอาการเจ็บหรือมีเลือดซึม อย่าหายามาใช้เองเชียวนะคะ ควรพบแพทย์เพื่อดูอาการ และรับยา เพราะยาตัวเดียวกันไม่ได้ใช้ได้กับทุกคนที่แม้จะเหมือนอาการเหมือนกัน 6. ชุดยังชีพ ไม่ว่าจะเสื้อกันหนาว เสื้อแขนยาว ผ้าพันคอ ถุงเท้า หรือแม้แต่ถุงมือ ของพวกนี้ต้องเตรียมไว้เสมอค่ะ โดยเฉพาะตอนกลางคืน ถ้าอากาศหนาวมากก็ควรใส่ถุงเท้านอนตลอดค่ะ เพราะบริเวณเท้าเราจะรับความเย็นไว้มากที่สุด และจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็วจนทำให้ไม่สบายได้ 7. กระเป๋าน้ำร้อน ไม่ได้เวอร์นะคะ แต่ควรมีไว้บ้างถึงจะดี ปัจจุบันมีกระเป๋าน้ำร้อนขนาดพกพาเล็ก ๆ ถ้าวันไหนรู้สึกหนาวมากจนชุดยังชีพก็เอาไม่อยู่แล้ว ให้เทน้ำร้อนใส่กระเป๋านำร้อนแล้วพกติดตัวไปเลยค่ะ ถือไว้ให้อุ่นมือ หรือเอาไปซุกไว้ในตัวก็ช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้ดีค่ะ 8. ออกกำลังกายอย่าได้ขาด หน้าหนาวแล้วก็อย่าฉวยโอกาสขี้เกียจไปออกกำลังกายนะคะ ยิ่งหนาวก็ยิ่งต้องออกกำลังกายให้ร่างกายได้อบอุ่น และแข็งแรงอยู่เสมอ เพราะถ้าเราเอาแต่นอนซุกผ้าห่มสบายใจ ไหนจะอ้วนเอย ไหนกล้ามเนื้อจะอ่อนแรงเอย แล้วยังจะให้รู้สึกเหนื่อยง่ายด้วย ดังนั้นออกกำลังกายกันเถอะค่ะ 9. รักษาความสะอาดของร่างกาย ข้อนี้ขอไว้เลยว่าอย่าลืม ถึงจะหนาวแค่ไหนก็ต้องอาบน้ำเสมอ เพราะร่างกายเราไปเจอสิ่งสกปรกภายนอกมาเยอะ อาจเกิดการสะสมเชื้อโรคจนนำไปสู่อาการเจ็บป่วยได้ แต่ถ้าหนาวจนทนไม่ไหวจริง ๆ ก็แนะนำให้ทำน้ำอุ่นผสมน้ำยาฆ่าเชื้อที่ใช้ทำความสะอาดร่างกาย แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบมาเช็ดทำความสะอาดร่างกายแทนได้ แต่อย่าทำบ่อยนะคะเพราะทางที่ดีที่สุดคือต้องอาบน้ำให้สะอาดค่ะ แค่นี้ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะทำหมดทุกข้อหรือเลือกทำแค่บางข้อ ก็ขอให้ทุกครอบครัวอบอุ่นแบบสุขภาพดีกันตลอดหน้าหนาวไปเลยค่ะ