-
ข่าวประชาสัมพันธ์
หน้าแรก
ข่าวประชาสัมพันธ์
พบข้อมูลจำนวน 1554 รายการ แสดงผลอยู่ที่ 86/130 หน้า
จัดซื้อจัดจ้าง
-
สรุปผลการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในรอบเดือน ธันวาคม 2568
-
ใบสั่งซื้อ เลขที่ กพ.71/2569 ลว. 6 ม.ค. 69 ซื้อวัสดุและอุปกรณ์ จำนวน 9 รายการ โครงการเครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อม โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จัดซื้อเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิ จำนวน 103 เครื่อง โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างเหมาซ่อมแซมบ้านพักเจ้าหน้าที่และซ่อมแซมโรงจอดรถยนต์ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านไร่จันดี โดยวีธีเฉพาะเจาะจง
-
ยกเลิก ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จ้างซ่อมแซมและบำรุงรักษาประตูเหล็กม้วน จำนวน ๔ บาน ภายในอาคารศูนย์ตรวจสภาพรถบรรทุกขนาดใหญ่
ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์
ปฎิทินกิจกรรม
ท่านคิดว่า อบจ.ระยอง ควรเน้นหนักแก้ไขปัญหาในเรื่องใดเป็นอันดับแรก
- ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โหวต
- แก้ไขปัญหายาเสพติด โหวต
- แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โหวต
- แก้ไขปัญหาน้ำท่วม โหวต
- ราคาผลผลิตภาคการเกษตร โหวต
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
- กำลังใช้งาน 178 คน
- ผู้เข้าชมวันนี้ 467 คน
- ผู้เข้าชมทั้งหมด 20,458,868 คน
แปลภาษา

ขอความอนุเคราะห์เผยแพร่เนื้อหาเพื่อสร้างการรับรู้และภูมิคุ้มกันยาเสพติดเกี่ยวกับพืชกระท่อม
เนื้อหาเพื่อสร้างการรับรู้และภูมิคุ้มกันยาเสพติดเกี่ยวกับพืชกระท่อม.pdf คุยเฟื่องเรื่องกระท่อม https://www.youtube.com/watch?v=ZSHNqCb9O8I
การแจ้งและการขออนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือจำหน่าย ส่งออก หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า
ด้วยจังหวัดระยองได้รับแจ้งจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นว่า กระทรวงสาธารณสุขแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ. 2542 ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 11 มกราคม 2549 กำหนดให้กวาวเครือทุกสายพันธุ์เป็นสมุนไพรควบคุมและให้ผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ ดูแล รักษา เก็บรักษา หรือขนย้าย และศึกษาวิจัยสมุนไพรควบคุมต้องมีการแจ้งต่อนายทะเบียน ตลอดจนผู้ใดที่ประสงค์จะทำการศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า จะกระทำมิได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้อนุญาต ดังนั้น เพื่อให้การแจ้งการครอบครองสมุนไพรควบคุมและการศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุมหรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า เป็นไปด้วยความถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ ดังนี้ กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดที่มีการครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา หรือขนย้ายกวาวเครือ ที่มีแหล่งที่มาตามธรรมชาติเกินกว่าจำนวนหรือปริมาณที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด หรือปลูกกวาวเครือเพื่อการศึกษาวิจัย ให้แจ้งการครอบครองสมุนไพรควบคุมต่อนายทะเบียนจังหวัด ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พร้อมด้วยหลักฐาน ประกอบด้วย เนื้อที่ บริเวณ และปริมาณการปลูก โดยให้ยื่นขออนุญาตตามแบบ การครอบครองสมุนไพรควบคุมที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เรื่อง การกำหนดแบบแจ้งและบัญชีแสดงรายละเอียดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549 ลงวันที่ 19 กรกฎาคม 2549 หากประสงค์จะทำการศึกษาวิจัยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุมหรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2549 และให้ยื่นขออนุญาตตามแบบคำขอที่กำหนดในประกาศกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เรื่อง กำหนดแบบตามกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2559 ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ให้แก่ผู้ครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา หรือขนย้ายกวาวเครือ หรือที่มีแหล่งที่มาจากการเพาะปลูก หรือผู้ปลูกกวาวเครือเพื่อการศึกษาวิจัย หรือส่งออก การจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้าสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า ดังนี้2.1 ให้ผู้ครอบครองสมุนไพรควบคุม แจ้งการครอบครอง ใช้ประโยชน์ ดูแล เก็บรักษา หรือขนย้ายกวาวเครือที่มาตามธรรมชาติเกินกว่าจำนวน หรือปริมาณที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศกำหนด หรือที่มีแหล่งที่มาจากการเพาะปลูก หรือผู้ปลูกกวาวเครือเพื่อการศึกษาวิจัยหรือส่งออก การจำหน่ายหรือแปรรูปเพื่อการค้า ให้ยื่นขออนุญาตตามแบบแจ้งการครอบครองสมุนไพรควบคุมที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย เรื่อง การกำหนดแบบแจ้งและบัญชีแสดงรายละเอียดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพรควบคุม (กวาวเครือ) พ.ศ. 2549 พร้อมด้วยหลักฐานต่อนายทะเบียนประกอบด้วย เนื้อที่ บริเวณ และปริมาณการปลูก ต่อนายทะเบียน ณ สถานที่รับแจ้ง ดังนี้ (1) กรุงเทพมหานคร ให้แจ้งนายทะเบียนกลาง ณ กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย อาคาร 3 ชั้น 7 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี โทรศัพท์หมายเลข 0 2149 5607-8 โทรสาร 0 2591 1095 (2) จังหวัดอื่น ให้แจ้งนายทะเบียนจังหวัด ณ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด 2.2 ผู้ที่ประสงค์จำทำการศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพร หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า จะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุมหรือจำหน่ายหรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2559 ให้ยื่นขออนุญาตตามแบบคำขอที่กำหนดในประกาศกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เรื่อง กำหนดแบบตามกฎกระทรวงการอนุญาตให้ศึกษาวิจัยหรือส่งออกสมุนไพรควบคุม หรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า พ.ศ. 2559 ณ สถานที่รับแจ้งตาม (1) และ (2) 2.3 การฝ่าฝืนและบทลงโทษ (1) ผู้ใดไม่แจ้งการครอบครองมีโทษตามมาตรา ๗๙ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (2) ผู้ใดทำการศึกษาวิจัย หรือส่งออกสมุนไพรควบคุมหรือจำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามมาตรา 38 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0819.2/ว 1267 ลงวันที่ 24 เมษายน 2563 ที่แนบมาพร้อมนี้ และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลได้ทางเว็บไซต์ www.rayonglocal.go.th และ www.dla.go.thกฎกระทรวงสมุนไพรควบคุม.PDFกำหนดแบบตามกฎกระทรวงสมุนไพรควบคุม.PDFคู่มือสำหรับประชาชนสมุนไพรควบคุม.pdf
รับโอนข้าราชการและข้าราชการครูองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานส่วนท้องถิ่นอื่นและข้าราชการอื่น เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง
การรับโอนข้าราชการและข้าราชการครูองค์การบริหารส่วนจังหวัด พนักงานส่วนท้องถิ่นอื่นและข้าราชการอื่น เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง.pdf
“รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด 19”
ด้วยจังหวัดระยองแจ้งว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับแจ้งจาก กระทรวงมหาดไทยว่า สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ขอความร่วมมือให้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการสนับสนุนการจัดทำข้อตกลงร่วม หรือธรรมนูญประชาชนสู้ภัยโควิด 19 ของแต่ละตำบล ชุมชน หมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนการดำเนินการตามแผน “รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด ๑๙” ตามแนวทางการจัด วงปรึกษาหารือรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด ๑๙ ในระดับพื้นที่ ในการนี้ จึงขอให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น สนับสนุนการดำเนินการตามแผน “รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด ๑๙” โดยการอำนวยการและสนับสนุนให้เกิดวงปรึกษาหารือร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและสภาองค์กรชุมชน ในแต่ละตำบล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เกิดการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ในการสู้ภัยกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVIC - 19) และกำหนดเป็นมารตรการทางสังคมหรือข้อตกลงร่วมหรือธรรมนูญประชาชน ในระดับพื้นที่ เพื่อรับมือกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVIC - 19) ที่เกิดจากฉันทามติของประชาชนในแต่ละตำบลหรือชุมชนหรือหมู่บ้าน ทั้งนี้ สามารถศึกษาและดาวน์โหลด แนวทางการดำเนินงานรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด ๑๙ ได้จากสื่อเผยแพร่อิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง แนวทางการจัดวงปรึกษาหารือรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด ๑๙ ในระดับพื้นที่ได้ทางเว็บไซต์ https://qrgo.page.link/C3n๒i หรือ QR Code ท้ายหนังสือ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่แนบมาพร้อมนี้ และสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ทางเว็บไซต์ www.rayonglocal.go.th และ www.dla.go.th ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVIC - 19) เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด จึงขอความอนุเคราะห์ท่านเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์หนังสือรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด 19 เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคโควิด 19 ในชุมชน และหนังสือแนวทางการจัดวงปรึกษาหารือรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด ๑๙ ในระดับพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนในจังหวัดระยองมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในการรับมือกับสถานการณ์การติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ต่อไปแนวทางการจัดวงปรึกษาหารือรวมพลังพลเมืองตื่นรู้ ช่วยชาติสู้ภัยโควิด 19.pdf รวมพลังพลเมืองตื่นรู้ช่วยชาติสู้ภัยโควิด 19.pdf
คำแนะนำในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19
ด้วยจังหวัดระยองแจ้งว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองรายงานว่าจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 ที่ยังคงมีการระบาดอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ประกอบกับการมีประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 เพื่อให้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 มีประสิทธิภาพภาพยิ่งขึ้น จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการตามคำแนะนำในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 สำหรับผู้ประกอบการอาหาร ผู้ขนส่งหรือผู้บริจาคอาหาร และผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ด่วนที่สุดที่ รย 0032/ว 2331 ลงวันที่ 28 เมษายน 2563 ที่แนบมาพร้อมนี้และสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ทาง www.rayonglocal.go.th เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนชาวจังหวัดระยอง ที่เป็นผู้ประกอบการอาหารผู้ขนส่งหรือผู้บริจาคอาหาร และผู้บริโภค ทราบและปฏิบัติตามคำแนะนำในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัดคำแนะนำในการป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19.pdf
วารสารองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ปีที่ ๑๓ ฉบับที่ ๑๒๑ ประจำเดือนเมษายน พ.ศ.๒๕๖๓ (E-Book)
https://online.pubhtml5.com/jitb/blbm/#p=1
ประชาสัมพันธ์และคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติได้รับทุนการศึกษา ตามหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษา สำหรับนักเรียนในท้องถิ่นจังหวัดระยอง ประจำปีการศึกษา 2563
ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยบูรพากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการศูนย์บริการสุขภาพ ฟื้นฟู และดูแลผู้สูงอายุจังหวัดระยอง อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน โดยมหาวิทยาลัยบูรพาได้นำเสนอแผนการรับนิสิตในความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยบูรพากับองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ประจำปีการศึกษา 2563 - 2566 ซึ่งคณะทำงานกำหนดหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์ได้รับทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในท้องถิ่นจังหวัดระยอง ได้พิจารณาแล้วมีมติให้ปีการศึกษา 2563 ผลักดันให้คณะสหเวชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชากายภาพบำบัด ได้รับทุนการศึกษาก่อน จำนวน 2 ทุนพร้อมทั้งกำหนดคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิได้รับทุนดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น เพื่อให้ทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในท้องถิ่นจังหวัดระยอง คณะสหเวชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์ สาขาวิชากายภาพบำบัด จำนวน 2 ทุน ประจำปีการศึกษา 2563 เกิดประโยชน์ต่อนักเรียนในท้องถิ่นจังหวัดระยองอย่างสูงสุดและทั่วถึง จึงขอให้ท่านประชาสัมพันธ์ข้อความ “ด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง กับ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้ร่วมกันลงนามบันทึกความเข้าใจ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการของศูนย์บริการสุขภาพ ฟื้นฟู และดูแลผู้สูงอายุ จังหวัดระยอง อย่างเป็นรูปธรรม ยั่งยืน รวมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาร่วมกันในอนาคต โดยขอบเขตหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือและสนับสนุนทางวิชาการในการผลิตบัณฑิต ตามความต้องการของศูนย์บริการสุขภาพ ฟื้นฟู และดูแลผู้สูงอายุจังหวัดระยอง การผลิตบัณฑิตในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความเข้มแข็งขององค์กร รวมทั้งการพัฒนาบุคลากรตามความต้องการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง โดยการให้ผู้ที่เหมาะสมเข้าศึกษาต่อหรือฝึกอบรมในมหาวิทยาลัยบูรพาในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับศูนย์บริการสุขภาพ ฟื้นฟู และดูแลผู้สูงอายุจังหวัดระยอง ที่กำลังจะก่อตั้งขึ้นในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2563 จึงมีความประสงค์จะมอบทุนการศึกษา คณะสหเวชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์ สาขาวิชากายภาพบำบัด จำนวน 2 ทุน ให้กับนักเรียนในท้องถิ่นจังหวัดระยอง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่มีความสนใจและมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในท้องถิ่นจังหวัดระยอง คณะสหเวชศาสตร์ หลักสูตรวิทยาศาสตร์ สาขาวิชากายภาพบำบัด จำนวน 2 ทุน ประจำปีการศึกษา 2563 ยื่นใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานตามรายละเอียดแนบท้าย ได้ที่สำนักปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ชั้น 6 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563 เพื่อรับการพิจาณาคัดเลือกต่อไป”ประกาศ อบจ.ระยอง เรื่อง คุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของผู้มีสิทธิได้รับทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนในท้องถิ่นจังหวัดระยองฯ.pdfคุณสมบัติและเกณฑ์ในการพิจารณาผู้รับทุน.pdfใบสมัครขอรับทุน.pdf
แจ้งแนวทางการประเมินสถานประกอบการ เพื่อรับรองมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ป้องกันโรค COVID-19
ด้วยจังหวัดระยองได้รับแจ้งจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยองว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งต้องมีการจัดการเพื่อลดและป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะ สถานประกอบการและการจัดการสุขวิทยาส่วนบุคคลสำหรับประชาชน โดยกรมอนามัยได้จัดทำแพลตฟอร์ม “THAI STOP COVID” เพื่อให้คนไทยมั่นใจในการใช้บริการในสถานบริการ ได้แก่ ร้านอาหาร ตลาด ร้านสะดวกซื้อ ส่งอาหาร (Delivery Food) โรงแรม ที่พัก รถสาธารณะ ฟิตเนส/สปา ศาสนสถาน ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา สำนักงาน และร้านเสริมสวย โดยให้สถานประกอบการลงทะเบียนประเมินตนเองเพื่อรับรองมาตรฐาน รวมทั้งปักหมุดสถานประกอบการ เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาสถานที่ และหากสถานประกอบการได้รับรองมาตรฐานจะได้รับ E Certificate เพื่อนำไปแสดงยังสถานประกอบการของตน โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบมาตรฐานผ่าน QR Code ใน E Certificate ในการนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการและประชาชนทราบถึงแนวทางการประเมินสถานประกอบการ เพื่อรับรองมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ป้องกันโรค COVID-19 รายละเอียดสามารถดาวน์โหลดได้ทางเว็บไซต์ https://stopcovid.anamai.moph.go.th/รายละเอียดแจ้งแนวทางการประเมินสถานประกอบการ เพื่อรับรองมาตรฐานความสะอาด ปลอดภัย ป้องกันโรค COVID-19.pdf
แจ้งข่าวสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ด้วยจังหวัดระยองแจ้งว่า สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้จัดทำข่าวด้านการคุ้มครองผู้บริโภค จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องคัมภีร์สำหรับมือใหม่ในการตรวจรับคอนโด เรื่องซื้อสินค้าออนไลน์ ของก็ไม่ได้ บางทีก็ชำรุดทำยังไงดี และเรื่องดูใบเสร็จค่าซ่อม ก่อนขับรถออกจากอู่ จังหวัดระยองจึงขอให้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข่าวสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดังกล่าว ผ่านเครือข่ายวิทยุชุมชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ทราบและจักได้พึงระมัดระวังมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบ รายละเอียดการแจ้งข่าวสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค.pdf
มาตรการดำเนินการป้องกันไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในสถานที่ที่ประชาชนใช้บริการจำนวนมาก(เพื่มเติม)
ด้วยจังหวัดระยองแจ้งว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดระยอง เรื่อง มาตรการเร่งด่วน ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด (COVID - 19) (เพิ่มเติม) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดระยอง ได้ขอความร่วมมือแนะนำประชาชน ผู้ประกอบการ ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน และกำหนดแนวทางการบริหารจัดการตลาดและตลาดนัด โดยเปิดประกอบกิจการเฉพาะการจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารสด อาหารแห้ง อาหารปรุงสำเร็จเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกและความเป็นอยู่ตามปกติของประชาชนมิให้ขาดแคลนหรือเดือดร้อนยากลำบากเกินควร จังหวัดระยองได้แจ้งมาตรการดำเนินการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) ในสถานที่ที่ประชาชนใช้บริการจำนวนมาก (เพิ่มเติม) โดยขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีมาตรการกรณีที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก รวมทั้งตลาด ร้านค้า แผงลอย ร้านอาหารและตลาดเอกชน ตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด พร้อมให้เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลดำเนินการเข้มงวดกวดขันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ กฎ กระทรวง ข้อบังคับ เพื่อให้การดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน ยับยั้งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ในส่วนที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามนัยหนังสือและประกาศที่อ้างถึงอย่างเข้มงวด ดังนี้ 1. การดำเนินการกิจการตลาดที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและตลาดเอกชน ให้ดำเนินการตามาตรการดำเนินการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) รวมทั้งตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎกระทรวงว่าด้วยสุขลักษณะของตลาด พ.ศ.2551 2. ร้านค้า ร้านค้าแผงลอย และร้านอาหารให้ดำเนินการตามมาตรการดำเนินการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) รวมทั้งตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข.พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 3. กิจการสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น สถานประกอบกิจการอาบ อบ นวด สถานประกอบกิจการอาบน้ำ อบไอน้ำ สถานประกอบกิจการ สถานที่ออกกำลังกาย ร้านเสริมสวย ร้านตัดแต่งขนสัตว์ เป็นต้น รวมทั้งสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ สนามกีฬา ลานกิจกรรมทุกประเภท ห้องสมุดสาธารณะ ร้านสะดวกซื้อ อาคารชุด หอพัก ห้องเช่า แหล่งท่องเที่ยว ชายหาด การกระจายอาหารในลักษณะต่างๆ โรงภาพยนตร์ สถานรับเลี้ยงเด็ก และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามมาตรการดำเนินการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) รวมทั้งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และกฎหมาย ระเบียบ กฎกระทรวง ข้อบังคับ ประกาศที่เกี่ยวข้อง 4. การดำเนินการตามข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 3 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้มงวดกวดขัน เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการ ผู้จัดการ เจ้าของกิจการ และผู้เกี่ยวข้องดำเนินการ ได้แก่ มีจุดคัดกรองอุณหภูมิ การวางเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ/จุดล้างมือในจุดคนที่ใช้ร่วมกัน การทำความสะอาดพื้นที่ผิวและห้องสุขารวมถึงจุดสัมผัสร่วม (ลูกบิด ราวบันได ที่จับประตู) จำกัดจำนวนคนเข้าใช้บริการในแต่ช่วงเวลา ให้ผู้ประกอบการแม่ค้ามีถุงมือยาง ใส่หน้ากากอนามัย ประชาชนใส่หน้ากากอนามัย ทำความสะอาดหรือล้างหรือฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ตามหลักการสุขาภิบาล อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง มีการคัดแยกขยะทั่วไป และหน้ากากาอนามัยที่ใช้แล้วให้แยกใส่ถุงต่างหากจากถุงขยะประเภทอื่นๆ ปิดปากถุงให้แน่น และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น ตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทยกำหนf 5. กรณีการจัดงานทางศาสนาและงานฌาปนกิจศพ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการตามคำแนะนำกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงสาธารณสุขกำหนดรายละเอียดสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ทาง www.rayonglocal.go.thรูปฌาปนกิจ.pdf
ประชาสัมพันธ์การจัดระเบียบของก่อนบริจาคประชาชน
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้ประชาชนและภาคเอกชนมีจิตศรัทธาให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค อาหารและเงิน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบ ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในประเทศไทย ซึ่งมีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของการแพร่ระบาดจำนวนมาก ทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ปรากฏว่ามีประชาชนและภาคเอกชน มีจิตศรัทธาให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนในรูปแบบต่างๆ ทั้งการบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภค อาหาร เงิน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ผู้ที่ประสงค์จะบริจาคให้ประสานกับจังหวัดหรืออำเภอหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ทราบก่อนแจกจ่ายมอบสิ่งของ เพื่อช่วยในการจัดการและให้ประชาชนที่มารับสิ่งของปฏิบัติตามหลักในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยเฉพาะการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social.Distancing) อย่างเคร่งครัด”
ประชาสัมพันธ์การป้องกันการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ตามที่ จังหวัดระยอง แจ้งการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งเป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่ และระบาดอยู่หลายประเทศ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ได้ประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย จึงขอความร่วมมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้แก่ประชาชนในพื้นที่ทราบ และเพื่อเป็นการลดอัตราความเสี่ยงในการสัมผัสโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)