-
แหล่งท่องเที่ยว
บริการนักท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
พบข้อมูลจำนวน 178 รายการ แสดงผลอยู่ที่ 7/15 หน้า
จัดซื้อจัดจ้าง
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจัดซื้อวัสดุสำนักงาน จำนวน ๒๖ รายการ
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการปรับปรุงถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายห้วงมะไฟ-คลองสะตอ หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่องกับ หมู่ที่ 9 ตำบลชำฆ้อ อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา จัดซื้อวัสดุคอมพิวเตอร์ จำนวน ๑๕ รายการ
-
ประกาศผู้ชนะการเสนอราคาโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายเขามะกอก-เขาลอย หมู่ที่ 4 ตำบลสำนักทอง อำเภอเมืองระยอง มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่องกับ หมู่ที่ 4 ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง
-
ใบสั่งซื้อ เลขที่กพ.136/2569 ลว.25 ก.พ. 69 ซื้อปลั๊กไฟฟ้า จำนวน 2 รายการ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง
ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์
ปฎิทินกิจกรรม
ท่านคิดว่า อบจ.ระยอง ควรเน้นหนักแก้ไขปัญหาในเรื่องใดเป็นอันดับแรก
- ปรับปรุงระบบสาธารณูปโภค โหวต
- แก้ไขปัญหายาเสพติด โหวต
- แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โหวต
- แก้ไขปัญหาน้ำท่วม โหวต
- ราคาผลผลิตภาคการเกษตร โหวต
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
- กำลังใช้งาน 111 คน
- ผู้เข้าชมวันนี้ 238 คน
- ผู้เข้าชมทั้งหมด 20,526,157 คน
แปลภาษา

โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย)
โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย) ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง หรืออ่างเก็บน้ำดอกกราย เป็นที่ตั้งของ โครงการศูนย์พัฒนาปลวกแดง จังหวัดระยอง-ชลบุรี และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดเพื่อการชลประทาน การเกษตรกรรม และ การประมงแห่งความสำคัญของจังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,300 ไร่ มี ทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและการวิ่งออกกำลังกายบนสันเขื่อนในตอนเย็น และยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรและศิลปาชีพตามแนวทางพระราชดำริอีกด้วย ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง หรืออ่างเก็บน้ำดอกกราย ได้มีการ ปรับปรุงทัศนียภาพที่แปลกตา สวยงามมากขึ้น ใครเป็นสายถ่ายรูป ชอบเซลฟี่ กับทุ่งดอกไม้สวยๆแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาด บนโซนใหม่ของอ่างเก็บน้ำดอกกราย ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้ของพ่อ สวนดอกไม้ สวนป่า และอีก มากมาย เป็นจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดในการมาเที่ยว อ่างเก็บน้ำดอกกราย เวลาเปิด-ปิด : 08.30-18.00 น. ที่ตั้ง : บริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกราย หมู่ที่ 6 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โทรศัพท์ 038-027915, 038-027901,038-027902,038-027903 พิกัด : https://goo.gl/maps/XM4uybfeqazuv1M17 ที่มา : https://www.facebook.com/TravelRayongPao/
อุทยานสำนักสงฆ์วัดน้ำตกธรรมรส
วัดน้ำตกธรรมรส หรือ สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัด ระยอง โดยมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่เลยทีเดียว และมี หลวงพ่อธรรมรส หรือ หลวงพ่อคล้าย ฐิตธัมโม แห่ง สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรสเป็นเจ้าอาวาสของวัด แน่นอนว่าที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติกรรมฐานที่เปิดให้เข้าไป ปฏิบัติธรรมกันอีกด้วยค่ะ ส่วนไฮไลท์ของ วัดน้ำตกธรรมรส นั้น ก็จะเห็นกันได้ตั้งแต่เดินเข้าไปยังวัดเลย เพราะมีสีสันสดใสสวยงาม โดดเด่นด้วยประติมากรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปปาง พระเจ้าเปิดโลก พระโพธิสัตว์ หอระฆังปราบมาร รูปปั้นพระพุทธองค์ทรงโปรดองคุลีมาลและพระอินทร์มา ดีดพิณสอนธรรม รูปปั้นหลวงพ่อโต รวมถึงมีวนอุทยานสงฆ์น้ำตกธรรมรส ที่งดงามมากๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ใครอยากเที่ยวชมวัดสวย ระยอง ที่ วัดน้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ก็เดินทางมาได้ง่ายๆ เลยค่ะ คือถ้ามาจาก ชลบุรี ให้ใช้ถนนทางหลวงสาย 344 สายบ้านบึง-แกลง พอถึงกิโลเมตรที่ 67 ก็ให้กลับรถแล้วเลี้ยวเข้าไปทาง เดียวกันกับไปสวนละไมระยองเลยค่ะ และพอใกล้ถึงทางไปวัดน้ำตกธรรมรสจะตรงไปสักพักก็ถึงแล้วค่ะ ที่อยู่ : ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/XhUnPi6ZaHNJKzRf9 เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น.ที่มา : เพจมองระยอง
วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม
วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม หรือชาวอำเภอ แกลง จังหวัดระยอง เรียกกันในชื่อ “วัดทะเลน้อย” ตาม ประวัติที่เล่าสืบต่อกันมาสันนิษฐานกันว่าแรกเริ่มนั้นเป็นวัดที่ “พระเจ้าตากสิน” ให้ชาวบ้านสร้างขึ้น เพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้กับทหารที่เสียชีวิตจากวีรกรรมทุ่งเพลงบ้านทะเลน้อย เมื่อครั้งก่อนเข้าตีเมืองจันทบูร ในช่วงกลาง ปีพุทธศักราช 2310 พระเจ้าตากทรงช้างพระที่นั่ง “คีรีบัญชร” พร้อมกำลังทหารยกทัพออกจากเมืองระยอง มาตั้งค่ายพักที่วัดแห่งนี้ ว่ากันว่า...บริเวณนี้ได้มีการทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อมุ่งหมายกอบกู้แผ่นดินชาติ บ้านเมือง ทุบหม้อข้าวหม้อแกง...ชี้เป็นชี้ตาย หมายมั่นชนะชัยไปสู่เป้าหมาย “เมืองจันทบูร” สุดท้าย...กองทัพพระเจ้าตากก็สามารถตีเมืองจันทบูรแตก ได้เข้าไปกินข้าวกันในเมือง พร้อมกับมีผู้คนมาเข้า ร่วมทัพเพิ่มจำนวนมากขึ้น สามเดือนผ่านไปก็รวบรวมเสบียง ไพร่พล ยกทัพเรือล่องมาจนถึงปากแม่น้ำ เจ้าพระยา...ยึดเมืองธนบุรีจากพม่าได้สำเร็จ จากนั้นก็ยกทัพต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่จะเข้ายึดค่าย โพธิ์สามต้น กอบกู้เอกราชได้สำเร็จภายในระยะเวลา 7 เดือน นับแต่เสียกรุงในปีพุทธศักราช 2310 “วัดทะเลน้อย” เรียกตามชื่อหมู่บ้านที่ตั้งวัด ด้วยเป็นสถานที่ตั้งฐานทัพในเส้นทางกู้ชาติของพระเจ้าตากฯ ตำนานบอกเล่าของผู้คนในหมู่บ้านนับรวมไปถึงหลักฐานที่ค้นพบสำคัญคือ...แท่นรองพระบาท ที่เชื่อกันว่าเป็น ของที่อยู่คู่กับบัลลังก์ มีลวดลายแบบจีนผสมอยู่ทุกส่วน ลงรักปิดทองด้วยฝีมือช่างชั้นสูง ภายในวัดยังประกอบ ไปด้วยโบราณสถานสำคัญอื่นๆอีก เช่น อุโบสถหลังเก่า เจดีย์ที่สันนิษฐานกันว่ามีอายุร่วมในสมัยอยุธยาตอน ปลาย ใบเสมาหิน และยังมีข้าวของเครื่องใช้ชาวบ้านในอดีต อาทิ เครื่องถ้วยลายจีน เครื่องลายคราม เครื่อง ทองเหลือง นับรวมไปถึงตำรายาโบราณ สมุดไทย คัมภีร์ใบลาน เหล่านี้บอกเล่าถึงความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์...วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และแน่นอนคือศรัทธาความเชื่อในเรื่องของสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช สถานที่แห่งศรัทธา...ถวายกายใจเป็นราชพลีของนักรบเลือดเนื้อชาติไทย วันเวลาผ่าน มาถึงวันนี้ผู้คนไม่น้อยอาจจะยังไม่รู้จักถึงความสำคัญของวัดราชบัลลังก์ฯ... ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์ “อุโบสถเก่า” อายุเก่าแก่กว่า 300 ปีดูเข้มขลัง หลายคนที่มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอาจจะสัมผัสได้ถึงพลัง บางอย่าง ให้รู้สึกสงบ เย็น และในบางช่วงบางตอนก็อาจจะรู้สึกได้ถึงความฮึกเหิมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก สะท้อนได้ถึงศรัทธาในอดีตที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าบรรยากาศจะดูเงียบสงบ ผู้คนไม่ค่อยมี แต่ก็ให้รู้สึกว่าเหมือนมีผู้คน อยู่กันพลุกพล่าน เรื่องอย่างนี้คนที่สัมผัสรู้สึกได้คุยให้ฟังก็อาจจะเชื่อ แต่กับอีกหลายๆคนที่ไม่เชื่อ สัมผัสไม่ได้ พูดอย่างไรก็คงจะตอบกลับมาว่าอาจคิดกันไปเอง...หรืองมงายด้วยซ้ำไป เปิดบันทึกประวัติอุโบสถเก่าแก่นี้ สร้างขึ้นสมัยกรุงธนบุรี ผนังก่ออิฐก่อปูน ซุ้มประตู หน้าต่าง ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยลายคราม...รูปแบบ ศิลปะฝีมือผสมกันระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกึ่งจีนถือว่าสวยงามนัก ไปถึงแล้ว...ก็ให้ไปให้ถึงด้วยต้องเข้าไป กราบสักการะ “หลวงพ่อองค์หวาย” พระประธานปางมารวิชัยอันศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย และในวันนี้ที่ “วัด ราชบัลลังก์ประดิษฐาราม” ก็จะจัดพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณเพื่อรำลึกถึงสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชอย่าง ยิ่งใหญ่ทุกปีเช่นกัน “ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ...พระเจ้าตาก กู้เอกราช กู้ชาติ ให้ปวง ประชาราษฎร์ ...ปวงชนจงรักษา พื้นพสุธา ให้รุ่งเรืองเอย คำบูชาสักการะองค์พระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งนะโม 3 จบ...ปู่ตาก ตะกุอิตัล ตากสินราชะโยตังอิ คำอาราธนาพระวิญญาณ “โอมสิ โน ราชาเทวะ ชะยะ ตุภะวัง สัพพะศัตรู วินาศสันติ” คำถวายเครื่องสักการะ โอมสิ โน ราชาเทวะ นะมามิหัง สักการบูชา “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” มุ่งหวัง ปาฏิหาริย์ด้วยตามแรงศรัทธาของแต่ละท่าน เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่า ได้ลบหลู่ แต่หากสมหวังดั่งตั้งใจแล้วก็อย่า ลืมไปแก้ตามถ้อยคำ...“สัจจะวาจา” ก็แล้วกัน. ที่อยู่ : ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่มา : ททท.ระยอง / https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/1129928
วัดอรัญรังษี
วัดอรัญรังษี เป็นชื่อทางราชการ ชื่อชาวบ้านเรียกว่า วัดคลองทุเรียน...เป็นวัดทางศาสนาพุทธ มหานิกาย อยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ต.ชากพง ภาค 13...ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2513 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2532... ...ประวัติความเป็นมา วัดอรัญรังษี หรือชาวบ้านเรียน ทั่วไปว่า วัดคลองทุเรียน เดิมทีเดียวหมู่บ้านคลองทุเรียนเต็มไปด้วยป่าไม้มีค่า นานาชนิด ไม่มีเส้นทางหรือถนน ผ่าน การคมนาคมไม่สะดวกเหมือนเช่นทุกวันนี้... ในปี พ.ศ. 2485 ถนนสุขุมวิทตัดผ่าน มีชาวบ้านแถบชากพง ได้มาจับจองที่ดินแถบถนนสุขุมวิท เพื่อทำไร่ทำสวน และมีชาวต่างจังหวัดมาบุกเบิกหลายครอบครัว ได้พบต้นื ทุเรียนใหญ่ต้นหนึ่ง มีดอกออกผลแล้วอยู่ริมคลอง ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดปลูกไว้ คนในหมู่บ้านเห็นเป็นของ แปลก จึงพร้อมใจกันตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านคลองทุเรียนมาจนถึงทุกวันนี้... ที่อยู่ ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่มา : https://www.facebook.com/Mong.Rayong.Fanpage/posts/
วัดป่าประดู่
วัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งแต่เดิมเคยชื่อว่า วัดป่าเลไลยก์ มีความโดดเด่นอยู่ที่พระพุทธไสยาสน์ ขนาดใหญ่ ยาว 11.95 เมตร สูง 3.60 เมตร ที่ประดิษฐานภายในพระวิหาร ซึ่งมีพุทธลักษณะไม่เหมือนกับพระพุทธรูปองค์ อื่น ๆ ตรงที่ประทับอยู่ในท่านอนตะแคงซ้าย และเดิมทีเดียวพระพุทธรูปองค์นี้ประดิษฐานกลางแจ้ง และภายหลังได้มีการ สร้างวิหารครอบองค์พระเอาไว้เมื่อปี พ.ศ. 2524 นอกจากจะได้กราบสักการะพระนอนองค์นี้แล้ว นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด แวะสักการะพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ประทับอยู่ในท่านั่งหอยพระบาทองค์เก่าแก่ที่อยู่คู่กับวัดเพื่อเสริมสิริมงคล ที่ตั้ง : ตำบลท่าประดู่ ถนนสุขุมวิท อำเภอเมืองฯ จังหวัดระยอง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ที่มา : https://cbtthailand.dasta.or.th/webapp/relattraction/content/3083/ https://www.77kaoded.com/news/achara/2373115
หาดพลา
หาดพลาถือว่าเป็นชายหาดที่มีความยาวมากๆ มีความยาวประมาณ 6 กิโลเมตร ที่นี่ชายหาดจะเป็นสี เปลือกไข่ ส่วนน้ำทะเลสีเขียวใส นักท่องเที่ยวสามารถเล่นน้ำทะเล พายแคนนูได้เลยค่ะ บรรยากาศ รอบชายหาดจะมีต้นสนเป็นแนวยาว ใต้ร่มเงาสนมีบริการซุ้มที่นั่งริมทะเล เตียงผ้าใบ หรือจะนำเสื่อมาปู เองก็ได้ ส่วนตามแนวถนนเรียบชายหาดสองข้างทาง มีสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่สวยๆ ห้องน้ำ หรือร้านเช่าห่วงยาง นอกจากนี้ยังมีตลาดของชาวประมง ที่นำอาหารทะเลจากอวนเรือประมงมา ขายในราคาไม่แพงด้วยค่ะ ที่อยู่ : อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่มา : https://www.paiduaykan.com/phala-beach/
น้องเบลล์แสนดีแฮปปี้เวรี่เวลฟาร์ม
เรามีเครื่องดื่ม เค้ก อาหาร ของทานเล่น บริการ สามารถนั่งได้ไม่จำกัดเวลา มีทั้งห้องแอร์ และภายนอก ให้เลือกนั่งกันตามสบายเลย เราเป็นฟาร์มที่มีโรงคั่วกาแฟ มีคาเฟ่ เค้กโฮมเมด เลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี ควาย แพะ นม เป็ดไข่ เป็ดสวยงาม เต่าซูคาต้า หนูแกสบี้ ห่าน คอลดั๊ก ไก่ซิลกี้ ปลาคราฟ ปลาตะเพียน สวนผลไม้ เรามี กิจกรรมให้ทำ ให้อาหารเต่า ไก่ เป็ด ห่าน หนู แพะ ปลาได้ ท่านสามารถคั่วกาแฟกินเองได้ อยากคั่วกาแฟ บอกเราได้เลย สามารถเดินได้ทั่วฟาร์มเลยครับ ทุกพื้นที่สามารถนั่งได้เลย ยินดีบริการส่งฟรี บริเวณ5กม. นิคมหลักชัย ตลาดสำนักทอง ตลาดธงหงส์ อบต. ส่งฟรี เปิดบริการ 7.00น.-20.00น. หยุดทุกๆวันพุธ ทุกๆ วันศุกร์เปิดถึงเที่ยงคืนครับ โทร. 0630461566 ที่อยู่ : https://maps.app.goo.gl/s166aSxAWjehH8Qq9 ที่มา : https://www.facebook.com/nongbellsandeehappyverrywell/
วัดถ้ำเขาระฆังทอง
“ศูนย์ปฏิบัติธรรมเขาถ้ำระฆังทอง”จากพื้นที่รกร้าง ล้อมด้วยสายน้ำและป่าชายเลน ปัจจุบันพื้นที่ได้ถูก พัฒนามีเส้นทางที่สามารถขับรถชมภูเขาได้โดยรอบ โปรดระมัดระวังลิง เพราะตามทางไหล่ทาง มีผู้คนต่างมา ให้อาหารลิงกันอย่างมากมาย ทำให้ลิงมานั่งรับประทานอาหารอยู่เป็นจำนวนมาก โดยรวมถือว่าสถานที่แห่งนี้ ยังมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก วิวข้างบนก็สวยงาม มีต้นไม้ขึ้นตามแง่งหิน ข้างบนมีบ่อน้ำเล็กๆ และสถูปเจดีย์ ที่มีมอสส์และเฟิร์น ขึ้นปกคลุมอย่างสวยงาม นับว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ แต่ด้วยทางศูนย์ปฏิบัติธรรม เขาถ้ำระฆังทอง มีข้อจำกัดหลายอย่าง จึงทำให้ไม่สามารถดูแล บูรณะหรือทำความสะอาดได้ทั้งหมด บางจุดมี เถาวัลย์พันเกี่ยวเลี้ยวลด บางจุดเต็มไปด้วยมูลลิง ยิ่งช่วงบันใดทางเดินนี่ควรระมัดระวังเพราะมีมอสส์ขึ้นเต็ม ไปหมด บันใดมีความชันมาก อาจจะทำให้ลื่นได้ แนะนำครับใครที่อยู่ระยองหรือพื้นที่ใกล้เคียงแล้วไม่รู้จะไป เที่ยวไหน แนะนำให้ลองไปกันดูครับ ที่อยู่ : ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง เวลาเปิด : 08:00 – 16:00 น. ที่มา : https://th.trip.com/moments/detail/kong-din-1449941-18537162/
วัดเทพนิมิตร
ประวัติ วัดเทพนิมิตร ชื่อวัดทางราชการ วัดเทพนิมิตรชื่อที่ชาวบานเรียกวา วัดเทพนิมิต สังกัดมหา นิกาย อยูในเขตการ ปกครองคณะสงฆ ตําบลบางบุตร อําเภอบานคาย จังหวัดระยองภาค ๑๓ ในการสราง วัดเทพนิมิต มีหลวงพอบุญ กิตฺติธโร เปนหัวเรี่ยวหัวแรง พรอมทั้งชาวบานหลังเขา และ ญาติโยมผูมีศรัทธา รวมแรงรวมใจ สรางขึ้นเพื่อบํารุงพระศาสนาใหสืบตอไป ผูมีศรัทธาถวายที่ดิน นายฉวย นางสนิท มงคลสวัสดิ์ ๑๓ ไร นายฉาง นางพะยอม มงคลสวัสดิ์ ๑๓ ไร นายไฉน นางแฉว พุทธวารินทร ๑๓ ไร หลวงพอบุญ กิตฺติธโร ซื้อเพิ่มเติม ๑๐ไร นายแผว นางละมูล แกว สมบูรณ ทําทางเขาวัด กวาง ๙ เมตร ยาว ๒๕๘ เมตร ที่ตั้ง : ถนนบางบุตร-วังจันทรหมูที่ ๑๐ ตําบลบางบุตร อําเภอบานคาย จังหวัดระยอง สภาพพื้นที่ / สิ่งแวดลอม ลักษณะพื้นที่เปนเนินเขา มีเขาลอมรอบ ที่มา : http://www.bangbuth.go.th/pdf/New%20folder/8.pdf
วัดหนองแฟบ จังหวัดระยอง
วัดหนองแฟบ วัดทักขิณาราม หรือ วัดหนองแฟบ เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุ ไม่น้อยกว่า 70 ปีตั้งอยู่ในเขต เทศบาลเมืองมาบตาพุด วัดหนองแฟบได้ริเริ่มตั้งขึ้นเป็นที่พักสงฆ์ มีกุฏิหลังเดียว ต่อมาผู้สูงอายุในหมู่บ้าน จึงชักชวนชาวบ้านผู้มีจิตมีศรัทธาถวายที่ดินเพื่อสร้างวัด วัดหนองแฟบได้รับอนุญาตสร้างวัดเมื่อวันที่ 9 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 กระทรวงศึกษาธิการประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 19 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2507 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2515 วัดทักขิณาราม หรือวัดหนองแฟบ ชาวบ้านตั้งชื่อ วัดหนองแฟบ เพราะว่าบริเวณที่วัดมีเขตติดต่อกับ หนองน้ำใหญ่ ในหนองน้ำมีต้นแฟบขึ้นเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงเรียกว่า หนองแฟบ และเป็นชื่อของ หมู่บ้านด้วย ไม้แฟบเป็นไม้ชนิดหนึ่งที่ชอบขึ้นในที่ราบลุ่มหนองน้ำใหญ่ ต้นแฟบนี้มีลำต้นสูงไม่เกิน 5 เมตร มีลำต้นกลม ชาวบ้านชอบเอาไปทำเป็นขอบกระด้ง ตะแกรง ในสมัยนี้ไม่ประเภทนี้ใกล้จะสูญพันธ์หมดแล้ว วัดหนองแฟบเป็นวัดเดียวอยู่ในบริเวณเขตการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีองค์พระพิฆเนศวร องค์ใหญ่ ปางประทานพร.สีดำ.หน้าตักกว้าง.6.เมตร.สูง.8.เมตร พึ่งทำพิธีเบิกเนตรไปเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 2566 สายมูไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง มีชุดสะการะแล้วแต่จะทำบุญ สำหรับองค์”พระพิฆเนศวร”คือ หนึ่งในเทพเจ้าที่ได้รับการเคารพสูงที่สุดองค์หนึ่งตามคติพราหมณ์-ฮินดู มีพระวรกายเป็นมนุษย์ พระเศียรเป็นช้าง ทรงเป็นโอรสของพระศิวะ และพระศรีมหาอุมาเทวี ตามตำนานเล่า ว่าพระศิวะได้ประทานพรให้พระพิฆเนศวร มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด อยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง และมี อิทธิฤทธิ์ในการประกอบพิธีต่างๆ ทำให้มีผู้บูชาพระพิฆเนศวรในฐานะบรมครูแห่งศาสตร์ทุกแขนง โดย ประชาชนที่กราบไหว้สักการะ จะขอพรเรื่องความสำเร็จ ความร่ำรวย และขอโชคลาภ. ที่อยู่ : ตำบลมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21150 ที่มา : https://www.mtptown.go.th/travel/detail/282
วัดบ้านนา จังหวัดระยอง
วัดบ้านนา (หลวงปู่บุญ) อ.แกลง จ.ระยอง ถือเป็นวัดหนึ่งที่เก่าแก่ตะ้งแต่สมัยอยุธยารวมถุงมีโบสถ์และ เจดีย์เก่าแก่ให้เราได้มากราบไหว้และซึมซับอารยธรรมที่ผ่านมาหลายร้อยปี รวมถึงการมากราบไหว้หลวงปู่บุญ หลวงปู่บุญเกจิชื่อดังที่มีผู้เคารพมากมาย หากใครตามรอยอาจารย์โอเล่จพทราบดีว่าหลวงปู่มีความสามารถใน การช่วยรักษาอาการเจ็บป่วย และเป็นสหายสนิทหลวงปู่คร่ำวัดวังหว้าอีกด้วย ที่อยู่ : หมู่ 1, ตําบลบ้านนา อําเภ ตำบล บ้านนา อำเภอแกลง ระยอง 21110 ที่มา : https://th.trip.com/moments/detail/klaeng-128670-15714563/
วัดบ้านแลง จังหวัดระยอง
วัดบ้านแลง มรดกจากปลายอยุธยา แหล่งโบราณคดีและแหล่งเรียนรู้ทางศิลป- วัฒนธรรมของจังหวัดระยองมีความน่าสนใจให้เที่ยวชมมากมาย อย่างเช่น "วัดบ้านแลง" ของเก่าคู่บ้านคู่เมืองกว่าสามร้อยปีแต่ยังคงความงดงามและมีความร่วมสมัย ซึ่งคนรุ่น หลังได้ร่วมชื่นชมอย่างภาคภูมิใจ วัดเก่าในสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา วัดแลงก่อสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาปี พ.ศ. ๒๒๘๕ ในยุคปลายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ โดยนายจันทร์ยกที่ดินให้ สร้างวัด ตั้งชื่อว่า “วัดจันทร์สุวรรณโพธิธาราม” ต่อมาชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดแลง” ตาม พื้นที่ที่ขุดลงไปเจอศิลาแลง และเรียก “วัดบ้านแลง” ตามชื่อของตำบลที่ตั้ง เดิมเป็น สำนักสงฆ์ ได้รับพระราชทานบรรจุพัทธสีมาการสร้างโบสถ์เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๐๕ โดยพระ อุโบสถหลังเก่าแก่นี้มีกำแพงแก้วล้อมรอบ เสากลมรองรับจั่นหัว ด้านหน้าของพระ อุโบสถมีชายคาพาไลอันเป็นเอกลักษณ์ของอยุธยาตอนปลาย มีประตูทางเข้าขนาด ใหญ่หนึ่งบาน เป็นลักษณะโบสถ์มหาอุด คือเข้าออกทางเดียว หลังคาซ้อนกัน ๒ ชั้น หลังคา ๓ ตับ มีใบเสมาซึ่งเป็นแผ่นหินที่บอกขอบเขตว่าพื้นที่ที่มีใบเสมาล้อมรอบทั้ง ๘ ทิศเป็นพื้นที่บริสุทธิ์ พระสงฆ์ประกอบสังฆกรรมได้ เช่น การบวช การสวดปาติโมกข์ นอกจากใบเสมาที่เป็นหิน ซึ่งเรียกว่า พัทธสีมา ยังมีการขุดสระน้ำล้อมรอบที่เรียกว่า นทีสีมา หรือ อุทกสีมา ทำให้วัดบ้านแลงมี เสมา ๒ แบบล้อมรอบ ทั้งเสมาหินและเสมาน้ำ ถือได้ว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ขณะที่หน้าบันทั้ง ด้านหน้า ด้านหลัง และตามเหนือช่องหน้าต่างทั้งหมดประดับด้วยเครื่องปั้นดินเผา มีทั้ง เครื่องลายคราม ภาชนะดินเผาเคลือบขาวเขียนลายสีน้ำเงินจากประเทศจีน เครื่อง เบญจรงค์สมัยอยุธยาตอนปลาย รวมทั้งภาชนะดินเผาสมัยรัชกาลที่ ๕ แสดงให้เห็นว่ามี การซ่อมแซมในสมัยรัตนโกสินทร์และเป็นวัดที่ได้รับการดูแลมาโดยตลอด เมื่อเข้าไป ภายในพระอุโบสถสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายขรึมขลัง พระพุทธรูปประธานปางมารวิชัย มี ลักษณะเด่นที่พระพักตร์แบบฝีมือช่างพื้นถิ่น ใบหูแหลม พระเกศาขมวดเล็กแหลม รัศมี เปลวเพลิงบนอุษณีษะมีร่องรอยกรอบพระพักตร์ค่อนข้างชัดเจน พระนาสิกใหญ่ พระโอษฐ์หนา พระปรางค์วัดบ้านแลง พระเจดีย์ทรงปรางค์ ทางด้านข้างของพระอุโบสถ มีรูปทรงแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้น ด้านล่างสุดเป็นฐานเขียง ๒ ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานสิงห์ ฐานบัวคว่ำบัวหงายที่มีท้องไม้ยึด สูง และฐานสิงห์ ๑ ชั้น ส่วนที่น่าจะเป็นเรือนธาตุถูกย่อส่วนทำเป็นรูปครุฑแบกที่มุมและ ด้านของเจดีย์ ส่วนยอดทำคล้ายเรือนธาตุจำลองซ้อนชั้นที่มีขนาดเล็กและประดับด้วย กลีบขนุนซึ่งเป็นรูปแบบของเจดีย์ทรงปรางค์ และมีการทำให้ส่วนยอดสูงเพรียวอันเป็น พัฒนาการในยุคหลังของเจดีย์ทรงปรางค์ ส่วนล่างของยอดนี้มีซุ้มจระนำยื่นออกมาทั้ง ๔ ด้าน บนยอดสุดประดับด้วยนพศูล โดยก่อนหน้านี้พระปรางค์ความสูง ๑๗.๐๘ เมตร ฐานสี่เหลี่ยม วัดโดยรอบยาว ๒๐.๕๐ เมตร มีสภาพชำรุดแตกร้าว ต่อมาได้บูรณะ ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว หอไตรกลางน้ำ สิ่งสำคัญสุดที่ยังคงรูปแบบของวัดดั้งเดิมสมัยอยุธยาคือ การสร้างหอไตรกลางน้ำ เพื่อ เป็นการป้องกันมดปลวกต่าง ๆ เพราะสมัยโบราณไม่มียาฆ่าแมลง เวลาที่พระภิกษุ สามเณรต้องการอ่านพระคัมภีร์ พระไตรปิฎกต่างๆ จะต้องพายเรือเข้าไป เพราะไม่มี สะพานเชื่อมไปถึง แต่เดิมนั้นสระมีขนาดใหญ่ หอไตรสร้างด้วยไม้ทั้งหลังตั้งอยู่กลางน้ำ เพิ่งได้รับการซ่อมแซมโดยทำทางเดินเป็นสะพานเชื่อมเข้าไป มีระเบียงซีเมนต์ทางซ้าย และขวา เพื่อให้พระภิกษุเข้าถึงได้สะดวก ที่อยู่ : หมู่ที่ ๑ ถนนหนองพญา-ก้นหนอง ตำบลบ้านแลง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ที่มา : นิตยสารอนุรักษ์ ฉบับที่ 56 เรื่องและภาพ : ปิยะลักษณ์ นาคะโยธิน https://anurakmag.com/art-and-culture/