ชุมชนปากน้ำประแส 14 มีนาคม 2568 43,119 ครั้ง เรียนรู้และสำรวจชุมชนปากน้ำประแส พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลาก หลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นผ่านรูปแบบวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ต่าง ๆ หากพูดถึง "ระยอง" หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของหาดทราย น้ำทะเลสีคราม เสียงคลื่นกระทบฝั่ง วิวสวยของเกาะแก่งที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นเกาะเสม็ด หมู่เกาะมัน หรืออาหารพื้นถิ่นรสชาติกลมกล่อม หากแต่คราวนี้เราจะชวนทุกคนไปสัมผัสอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ ก็คือ "ชุมชนปากน้ำประแส" ชุมชนใน พื้นที่อำเภอแกลง ที่ยังคงใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย แม้ว่าความเจริญของเทคโนโลยีจะคืบคลานเข้าไปถึง แต่ชาว บ้านก็ยังรักษาตัวตนแต่ดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี พร้อมกับเรียนรู้และสำรวจชุมชนริมแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ดูแลโดยวิสาหกิจท่องเที่ยววิถีชุมชนตำบล ปากน้ำประแส ที่นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยัง ผ่านการประเมินเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย ปากน้ำประแส ชุมชนก่อกำเนิดจากสายน้ำ ชุมชนปากน้ำประแส นับเป็นชุมชนโบราณตั้งแต่สมัย อยุธยา โดยมีแม่น้ำประแสซึ่งเกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำหลายสาย ระยะทาง 26 กิโลเมตร ไหลมารวม กัน ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งเปรียบเหมือนเส้นเลือดคอยหล่อเลี้ยงชาวชุมชนตลอดมา ทั้งยังเป็นแหล่งสร้างอาชีพให้ ผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำประมง การทำนากุ้ง การเลี้ยงปลาน้ำกร่อย ตลอดจนต่อยอดไปยัง การเกษตร เช่น การปลูกมะพร้าวและมะม่วง เพื่อนำไปแปรรูป รวมถึงเป็นแหล่งค้าขายให้ผู้คนมาจับจ่าย ใช้สอย อีกทั้งยังมีการสร้างโฮมสเตย์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และร่วมทำ กิจกรรมกับชาวบ้านอีกด้วย ที่อยู่ : 330 หมู่ 8 ปากน้ำกระแส แกลง ระยอง 21170 ที่มา : https://www.dasta.or.th/th/article/290
ชายหาดพลา จังหวัดระยอง 11 มีนาคม 2568 79,195 ครั้ง หาดพลา ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งใน 3 ชายหาด ได้แก่ หาดพลา หาดพะยูน หาดน้ำริม หาดพลา เป็นชายหาดที่ใหญ่กว้างที่สุด มีที่พัก ร้านอาหาร เปรียบเสมือนศูนย์กลาง ท่องเที่ยวทะเลในโซนบ้านฉาง ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมา พาลูกเด็ก ล็กแดง มาเล่นน้ำริมชายหาด พร้อมไป กับการนั่งทานอาหารริมทะเล หรือจะเอาเสื่อมาปูนั่งก็ได้ เพราะชายหาดค่อนข้างใหญ่ มีที่จอดรถเลียบหาด ที่สะดวกสบาย ช่วงเย็นหาดพลาสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกจุดหนึ่ง ชายหาดพลา ชายหาดที่น้ำทะเลสีฟ้า หาดทรายมีสีน้ำตาล ในช่วงวันหยุดบริเวณจุดท่อง เที่ยวหลักของชายหาด เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเด็กๆที่มาเล่นน้ำ มีเก้าอี้นั่ง ร่มชายหาด และ ร้านอาหารทะเลหลายร้าน ชายหาดค่อนข้างยาวมาก เกือบ 3 กิโลเมตร หากต้องการหามุมเงียบสงบ และมี ความเป็นส่วนตัว แนะนำทิวสนติดกับชายหาดและตามร้านคาเฟ่และร้านอาหารริมทะเล ทิวสนริมชายหาด ตั้งอยู่ติดกับชายหาดหลัก ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถว จุดนี้นอกจากมีร้าน อาหารแล้ว ยังมีคนในพื้นที่ มาผูกแปลนอน เพราะอากาศเย็นสบายมาก เห็นนักท่องเที่ยวหลายคนยก อุปกรณ์แคมปิ้งมานั่งกินอาหารตรงนี้ตลอดทั้งวันค่ะ แต่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวไม่แออัดนะคะ เพราะพื้นที่ กว้าง บางคนก็เอาเสื้อมาปูนอน ส่วนเรานำชุดปิคนิค มาจัดพรอพถ่ายรูป ถ้าหิวก็เดินไปซื้ออาหารมานั่งทาน ได้เลย เป็นชายหาดที่รู้สึกรีแลกซ์และสบายจริงๆ ดีเกินคาด นั่งเล่นทิวสนแล้วเหมือนโดนสะกดจิต ไม่อยาก ลุกไปไหนเลย ช่วงเย็นแนะนำให้มาที่ ท่าเรือหาดพลา อยู่หลังวัดพลา ให้ปักหมุดมาที่วัดได้เลยค่ะ บริเวณ ท่าเรือมีสะพานปูนทอดยาวริมทะเล ให้เดินเล่น รับลม มีป้ายชื่อ “ มาพักล้า @ บ้านพลา” สีสันสดใส เป็น จุดชมวิวรับลมทะเลที่ชิลมาก ลมพัดเย็นสบาย มองเห็นวิถีชีวิตชาวประมงริมฝั่ง และตึกของนิคม อุตสาหกรรมระยองช่วงเย็นชมวิวพระอาทิตย์ตกได้จากริมสะพานเลยค่ะ ช่วงเย็นริมถนนติดชายหาด เราจะเห็นคนในพื้นที่ เอาเก้าอี้แคมป์ปิ้งวางข้างรถ และนั่งกัน แบบนี้ เรียงกันเป็นแถวเลยค่ะ น่าจะเป็นชายหาดเดียวในประเทศไทย ที่ได้เห็นภาพนั่งคู่รถแบบนี้ ปกติจะ เห็นแต่ภาพตามเขื่อน สนามหญ้า ที่จะมากันเยอะ แต่นี่เราเห็นที่ทะเล เหมือนเป็นกิจกรรมยามเย็น ปิคนิค กินอาหารยามเย็น นั่งมองทะเล ให้ความรู้สึกที่ดีมากค่ะ ทะเลไม่ต้องสวยใส แต่บรรยากาศมันได้ ถึงกับ ต้องไปเอาชุดเก้าอี้แคมป์ปิ้งที่ติดรถประจำมานั่งด้วย เพื่อให้กลมกลืนไปคนในพื้นที่บ้าง ริมทะเล ณ เพลา ที่พักขนาดเล็ก มีเพียง 3 หลัง ตั้งอยู่ริมทะเลค่ะ มี 1 หลัง เป็นบ้านหลัง ใหญ่อยู่ข้างหลังไม่ติดทะเล และมีสองหลังที่อยู่ติดทะเล บ้านหลังกะทัดรัด มีพื้นที่ส่วนกลางหน้าห้อง ที่มอง เห็นวิวทะเลและชายหาดแบบเต็มตา ส่วนภายในห้องไม่กว้างมาก ตกแต่งน่ารัก เรียบง่าย ประตูกระจกมอง เห็นวิวทะเล ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบเป็นส่วนตัวมาก ราคาหลังละ 2500 บาท พักได้ 2 คน พร้อมอาหารเช้า ที่มา : https://www.paiduaykan.com/phala-beach/ https://www.wongnai.com/attractions/326729ur-
ป่าชายเลน พระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดระยอง 6 มีนาคม 2568 54,346 ครั้ง พระเจดีย์กลางน้ำ แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นเจดีย์ทรงระฆัง สูง 10 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยองเลยค่ะ และมีสะพานไว้เดินเข้าไปชมตัวเจดีย์ จริงๆ แล้ว เจดีย์นี้ สร้างมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2416 ในสมัยของ พระยาศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยองโดยสร้างขึ้นมาก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้กับชาวเรือ หรือ ผู้ที่โดยสารมาทางเรือว่ามา ถึงเมืองระยองแล้วค่ะ เพราะเมื่อก่อนนั้นเส้นทางคมนาคม จะมีแค่เพียงทางน้ำทางเดียวเท่านั้น สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างมาตามแบบพระสมุทรเจดีย์ หรือ เจดีย์กลางน้ำ ของ เมืองสมุทรปราการ ค่ะ ในช่วงราวๆ กลางเดือน 12 ของทุกปีนั้น เป็นช่วงของฤดูน้ำหลาก ที่นี่จะมีงานประเพณีทอดกฐิน และงานห่มผ้าเจดีย์กลางน้ำอีกด้วย รวมไปถึงงานประเพณีทางน้ำ อย่าง งานลอยกระทง แข่งเรือยาว อีกด้วย ซึ่งประเพณีห่มผ้าเจดีย์นั้น จะเป็นการนำเอาผ้าสีแดงมาห่มเจดีย์เอาไว้ โดยผ้าจะมีความยาว 6 เมตร ต้องใช้คนมากถึง 2 คนปีนขึ้นไปห่มที่บริเวณส่วนบนของเจดีย์ค่ะ อีกทั้งบริเวณรอบๆ ของ พระเจดีย์กลางน้ำ มีป่าสนล้อมรอบทำให้ร่มรื่นและสวยงามอย่างมาก เลยกลายมาเป็นอีกสถานที่ พักผ่อนหย่อนใจของระยองนั่นเองค่ะ สามารถเที่ยวชมได้ทั้งตัวเจดีย์และป่ารอบๆ ไปพร้อมๆ กันเลย ใครแวะมาเที่ยว ระยอง ก็อย่าลืมไปไหว้สักการะ สัญลักษณ์ประจำเมืองระยอง แห่งนี้กันนะคะ การเดินทางไปพระเจดีย์กลางน้ำ พระเจดีย์กลางน้ำ จะอยู่ห่างจากตัวเมืองระยองไปราวๆ 2 กิโลเมตร ถ้าตรงมาจากถนนตากสินมหาราช ก็ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนสมุทรคงคา ตรงไปจะแล้วจะเจอกับถนน สมุทรเจดีย์พระเจดีย์กลางน้ำนั้นจะอยู่สุดถนนเลยค่ะ แต่ถ้ามาจากปากน้ำ ก็ให้ข้ามสะพานเฉลิมชัย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสมุทรเจดีย์อีก และถ้ามาจากตัวเมือง ให้ขับไปบนถนนอดุลย์ธรรมประภาส จากนั้นเลี้ยวขวาตรงถนนสมุทรคงคา แล้วจะผ่านวัดปากน้ำไปสุดถนนก็จะเจอกับพระเจดีย์กลางน้ำค่ะ ที่อยู่ : ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/saEdkgvG358ybQPu9 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.
ตลาดบ้านเพ จังหวัดระยอง 28 กุมภาพันธ์ 2568 66,956 ครั้ง ที่เที่ยวระยอง ที่เหล่านักท่องเที่ยวหากมาเที่ยวจังหวัดระยอง ต้องห้ามพลาดที่จะมาเที่ยวที่นี่เลยค่ะ ตลาดบ้านเพ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วิถีชาวประมงของชาวเมืองระยอง ตลาดบ้านเพระยอง ถือ เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าหลากหลายชนิด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เมืองระยองได้ดีเลยค่ะ หากมาเที่ยวระยอง ก็อย่าลืมที่จะแวะมาเที่ยว ตลาดบ้านเพระยองกันค่ะ ที่มา : https://roijang.com/rayong/
หาดสวนสน จังหวัดระยอง 27 กุมภาพันธ์ 2568 70,778 ครั้ง เที่ยวทะเลระยอง หาดสวนสน เป็นอีกหนึ่งชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อยู่ในตำบลแกลง อำเภอเมืองจังหวัดระยอง อยู่ไม่ไกลจากตลาดบ้านเพ และท่าเรือบ้านเพที่เป็นจุดลงเรือเพื่อข้ามไปยังเกาะ เสม็ดนั่นเอง หาดสวนสน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับการไปพักผ่อนเป็นครอบครัว เพราะมีความเงียบสงบ มีถนนเลียบชายหาด และยังร่มรื่นด้วยแนวต้นสนตลอดทาง ถือว่าเป็นทะเลระยองอีกแห่งหนึ่งที่น่ามาเที่ยวพัก ผ่อนมากๆ สำหรับที่พักบริเวณหาดสวนสนนั้นมีมากมาย หลายระดับราคา แต่รอบนี้ที่เจย์กับตั้มเลือกไปพัก คือ บันยันรีสอร์ท แอท ระยอง ห่างจากชายหาดเพียงไม่กี่ก้าว บ้านพักแยกเป็นหลังๆ ล้อมรอบด้วยวิวสวน ที่ปลูกพุ่มไม้ ประดับซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกสบายตาแล้ว ยังช่วยทำให้มีความเป็นส่วนตัวในขณะ เข้าพักอีกด้วย แต่ละหลังจะมีบริเวณให้นั่งเล่น หรือจะซื้ออาหารทะเลจากตลาดบ้านเพมาปิ้งย่างกันใน บริเวณที่พักก็ได้ ที่มา : https://th.trip.com/moments/detail/rayong-1447094-13685516/ https://www.thetrippacker.com/en/place/
อ่างเก็บน้ำเขาจุก จังหวัดระยอง 24 กุมภาพันธ์ 2568 89,070 ครั้ง “อ่างเก็บน้ำเขาจุก” เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีปริมาตรที่รับน้ำได้สูงสุด จำนวน 22 ล้านลูกมาศก์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์จำนวนทั้งสิ้น 7,500 ไร่บรรยากาศเงียบสงบ สดชื่น เหมาะแก่การพักผ่อน ทั้งนี้ยังเป็น แหล่งน้ำที่ใช้ผลิตประปาส่วนภูมิภาคและเป็นแหล่งน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตในด้านการเกษตร บริเวณรอบอ่าง เก็บน้ำยังมี ชุมชนหมู่บ้าน สวนผลไม้ โฮมสเตย์ จุดชมวิวตรง “ศาลาฅนเหล็ก” ให้ท่านได้แวะพักเหนื่อย กิจกรรมที่นี่ก็จะเป็น ปั่นจักรยานชมวิว ตกปลา หรือถ้ายังชมบรรยากาศไม่เต็มที ภายในวันเดียวก็สามารถ อยู่ตั้งแค้มป์ค้างคืนกันได้นะ การเดินทางอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 205 กม.ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ 2 ชั่วโมง 27 นาที * อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยองประมาณ 83.4 กม.ใช้เวลาเดินทางตัวจังหวัด ประมาณ 1 ชั่วโมง 13 นาที ที่มา : https://sites.google.com/dei.ac.th/nampen/
จุดชมวิวเมืองระยอง 20 กุมภาพันธ์ 2568 44,529 ครั้ง จุดชมวิวเมืองระยอง-เขาโบสถ์ ตั้งอยู่บนยอดเขาโบสถ์ ตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จุดชมวิวนี้สร้างเป็นสะพานแขวนสีเขียว ขึงด้วยลวดสลิงเส้นใหญ่ โดยพื้นของสะพานแขวนทำด้วยไม้ ความยาวของของสะพานแขวนทั้งหมด 75 เมตร และความกว้างของสะพานแขวน 1.50 เมตร เป็นจุด ชมวิวที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก บอกเลยว่าใครเป็นโรคกลัวความสูงต้องคิดดีๆก่อนที่จะตัดสินใจไปที่นี้ แต่ถ้าใครชอบความท้าท้ายแอดบอกได้คำเดียวเลยว่า คุ้มค่าสุดกับการได้มาที่นี้ เพราะที่นี้เมื่อทุกคนได้ เดินขึ้นมาแล้วจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แสนบริสุทธิ์ ได้สูดอากาศดีๆ อย่างเต็มปอดและทุกคนก็จะได้ มองเห็นความสวยงามจากมุมสูงของเมืองระยองด้วยตาเปล่า ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากทุกคนจะได้ เห็นทั้งภูเขา ต้นไม้ท้องฟ้า ทะเล และเมืองระยอง ในมุมสูง แบบกว้าง อย่างสุดลูกหูลูกตา จุดชมวิวเมืองระยอง เมืองแห่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่สามารถมองเห็นได้จาก “จุดชมวิวเมือง ระยอง (วัดเขาโบสถ์)” สะพานแขวนสีเขียวขึงด้วยลวดสลิงอยู่บนยอดเขาสูง ที่ทำให้มองเห็นภูเขาตัดกับ ขอบฟ้าในบรรยากาศลมเย็นสบาย พร้อมกับมองเห็น เขตแหล่งอุตสากรรมปิโตรเคมี ไกลสุดลูกหูลูกตา แล้วยังจะได้เห็นทะเล ท้องฟ้า และวิวเมืองระยองมุมสูงได้ด้วยตาเปล่าอีกด้วยนะจ้ะ นับว่าเป็นอีก ที่เที่ยว ระยอง ที่เหมาะกับการมาพักผ่อนชมวิว หรือปั่นจักรยานท้าความชันของเส้นทาง บรรยากาศของที่นั้น ล้อมรอบไปด้วย ความเขียวขจีของต้นไม้ ลมพัดเย็นสบาย สูดอากาศสดชื่น เงียบสงบ ร่มรื่น บรรยากาศ ดี ๆ มุมถ่ายรูปก็ยังสวยทุกมุมด้วยนะจ้ะ แนะนำให้มาช่วงเย็นนะจ้ะ คือ บรรยากาศยามเย็นของที่นั้นคือ สวยงามมากจริงๆ Location : หมู่ที่ 7ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000 เปิด-ปิดเวลา : 24 ชั่วโมง พิกัดจุดชมวิวเมืองระยอง-เขาโบสถ์ : https://goo.gl/maps/6PSZzvdyVeg4NJ1q7 ที่มา : https://esportivida.com/ https://www.facebook.com/groups/236990503753436
วัดปากป่า จังหวัดระยอง 31 มกราคม 2568 55,031 ครั้ง พระครูพิพิธธรรมสาร (หลวงพ่อใย ธมฺมสาโร) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันของวัดปากป่ามีนามเดิมว่า ใย แสนเกษม เกิดวันเสาร์ที่ 2 มกราคม 2487 เป็นบุตรของคุณพ่อหมุน คุณแม่หวิง แสนเกษม ชาวบ้านปากป่า มีอาชีพเกษตรกรรมทำนาทำสวน การศึกษาเบื้องต้น หลวงพ่อใย เรียนจบชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 จาก โรงเรียนบ้านหนองสะพาน เมื่อเรียนจบได้มาช่วยครอบครัวทำนาทำสวน เพราะเป็นบุตรชายต้องเป็นกำลัง หลักของครอบครัว จนเมื่ออายุครบบวช พ่อแม่จึงพาไปบวชที่วัดปากป่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2510 (ถึง ปัจจุบัน 49 พรรษา) โดยมี พระครูพิพิธวรญาณ (หลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อจิ๊ว วัด ปากป่า เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูถาวรคุณวัตร (หลวงพ่อติ๊ด วัดหนองสะพาน) เป็นพระอนุสาวนา จารย์ ได้ฉายา “ธมฺมสาโร” แปลว่า ผู้รุ่งโรจน์และสว่างไสวด้วยธรรม หลังอุปสมบทท่านได้ตั้งใจศึกษาพระ ธรรมวินัยจนสอบได้ นักธรรมตรี โท และเอก ตามลำดับ จึงได้หันไปศึกษา ด้านวิปัสสนากรรมฐาน โดยได้ไป ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า พระอุปัชฌาของท่านซึ่งมีชื่อเสียงโงดังมาก ในขณะนั้น นอกจาก เรียนด้านวิปัสสนาแล้ว หลวงพ่อใยยังสนใจศึกษาด้านพุทธาคมเป็นอย่างมาก ซึ่งหลวงพ่อชื่น ท่านก็เมตตา สอนให้อย่างไม่ปิดบังทั้ง ลบผง,หุงสีผึ้ง,การปลุกเสกวัตถุมงคล การรักษาคนด้วยสมุนไพร และน้ำมนต์ รวม วิชาอีกหลายประการที่หลวงพ่อชื่นมี หลวงพ่อใยท่านก็เพียรศึกษาและปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ ทำได้ สำเร็จจริง จากนั้นท่านยังได้ไปขอเรียนด้านกสินธาตุเพิ่มเติม จากหลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก ศิษเอก หลวงพ่ออ่ำ เจ้าตำหรับแพะมหาเสน่ห์ อันโด่งดังของเมืองไทย เมื่อเรียนสำเร็จ และปฏิบัติจนเห็นผลจริงแล้ว จึงลาครูบาอาจารย์ ออกธุดงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม จากระยอง ,นครปฐม,ชัยภูมิ,บุรีรัมย์,โคราช เป็นเวลาร่วม 3 ปีเต็มก่อนเดินทางกลับมาระยอง แต่ด้วยความสนใจในในด้านกรรมฐาน และเป็นคนใฝ่เรียนชอบแสวงหา ครูอาจรย์ผู้ทรงคุณ ท่าน จึงได้เดินทางไป ศึกษากับหลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ขอเรียนทั้งการปฏิบัติจิต และเวทย์วิทยาต่างๆ นอกจากนี้หลวงพ่อใยยังมีโอกาสได้ เพิ่มเติม ภูมิธรรมด้านกรรมฐาน กับ หลวงปู่บุดดา ถาวโร เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางมา ระยองอีกด้วย หลวงพ่อใยท่าน เล่าให้ฟังว่า ใครก็ตามที่ให้หลวงปู่บุดดาเจิมแป้งให้ ท่านจะใช้แป้งกระป๋องเทใส่ฝ่ามือ แล้วเป่าใส่หน้าผาก หรือศรีษะ หลวงปู่บอกว่าเร็วดี หลวงพ่อเล่าต่อว่าเมื่อก่อนมีการทดลองการเป่าแป้งที่เขียนตัวนะใส่ฝ่ามือ แล้วแล้วเป่าพ่วงเดียวไปติดฝากุฏิเลยทีเดียว เมื่อหลวงพ่ออายุมากขึ้น พรรษามากขึ้น กิจนิมนต์ก็มากขึ้น โดยเฉพาะการนั่งปรก ในพิธีต่างๆ ร่วมกับพระเกจิชื่อดัง หลวงพ่อสาคร,หลวงพ่อสิน,หลวงพ่อนาค และพระ เกจิชื่อดังระดับประเทศอีกมากมาย งานปลุกเสกวัตถุมงคลหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ท่านได้รับนิมนต์ให้มานั่งปรกในพิธีมา โดยตลอดครับ เมื่อถามว่าหลวงพ่อได้เรียนวิชากับหลวง ปู่ทิมไว้บ้างไหม หลวงพ่อท่านตอบว่า สมัยก่อนการเดินทางสัญจร ไปมาระหว่างปากป่า กับละหารไร่นั้น ลำบากมากเราได้เพียงไปกราบท่านปีละครั้ง แต่ละครั้งหลวงปู่ทิมท่านก็เมตตาให้คาถา สำคัญมาบ้าง ให้วัตถุ มงคล ผงพรายกุมารมาบ้าง แม้เราไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ท่านอย่างจริงจัง ท่านก็เมตตาด้วยดีเสมอมา ในด้าน วัตถุมงคลที่เคยสร้างไว้เมื่อครั้งสมัยฝังลูกนิมิต เป็นเหรียญพัดยศ และสมเด็จ วันวางศิลาเลิกศาลา เป็นของ หลวงปู่ธรรมรังษี จากนั้นในปี 2555 ได้สร้างกริ่งขึ้นอีกประมาณ 500 องค์ เพื่อซื้อที่ดิน และปี 2556 ได้ สร้างเหรียญขึ้นอีกชุดนึง เป็นที่ระลึกวัดปากป่าครบ 115 ปี จากนั้นก็ยังไม่ได้สร้างอะไรอีกเลย หลวงพ่อใย ปัจจุบันอายุ 72 ปี ยังคงแข็งแรง หากวันไหน ไม่ติดกิจนิมนต์ หลวงพ่อจะออกบิณฑบาต เหมือนกับพระ ลูกวัดทั่วไป ไม่ได้ถือตน ยังคง กวาดลานวัด, กวาดใบไม้ หลวงพ่อท่านบอกว่าเป็นกิจที่สมณะพึงปฏิบัติ ไม่ว่า จะเป็นเจ้าอาวาสหรือ พระลูกวัดก็ตาม นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงาม ของเมืองระยอง ที่ซ้อนเร้นอยู่ใน ดงพงไพร “หลวงพ่อใย วัดปากป่า “ ที่มา : http://pratairommai.blogspot.com/2016/08/blog-post.html ที่อยู่ : 58, 4 ตำบล หนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง 21120 โทรศัพท์ : 086 154 7732
โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย) 29 มกราคม 2568 105,122 ครั้ง โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย) ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง หรืออ่างเก็บน้ำดอกกราย เป็นที่ตั้งของ โครงการศูนย์พัฒนาปลวกแดง จังหวัดระยอง-ชลบุรี และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดเพื่อการชลประทาน การเกษตรกรรม และ การประมงแห่งความสำคัญของจังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,300 ไร่ มี ทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและการวิ่งออกกำลังกายบนสันเขื่อนในตอนเย็น และยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรและศิลปาชีพตามแนวทางพระราชดำริอีกด้วย ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง หรืออ่างเก็บน้ำดอกกราย ได้มีการ ปรับปรุงทัศนียภาพที่แปลกตา สวยงามมากขึ้น ใครเป็นสายถ่ายรูป ชอบเซลฟี่ กับทุ่งดอกไม้สวยๆแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาด บนโซนใหม่ของอ่างเก็บน้ำดอกกราย ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้ของพ่อ สวนดอกไม้ สวนป่า และอีก มากมาย เป็นจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดในการมาเที่ยว อ่างเก็บน้ำดอกกราย เวลาเปิด-ปิด : 08.30-18.00 น. ที่ตั้ง : บริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกราย หมู่ที่ 6 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โทรศัพท์ 038-027915, 038-027901,038-027902,038-027903 พิกัด : https://goo.gl/maps/XM4uybfeqazuv1M17 ที่มา : https://www.facebook.com/TravelRayongPao/
อุทยานสำนักสงฆ์วัดน้ำตกธรรมรส 28 มกราคม 2568 89,715 ครั้ง วัดน้ำตกธรรมรส หรือ สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัด ระยอง โดยมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่เลยทีเดียว และมี หลวงพ่อธรรมรส หรือ หลวงพ่อคล้าย ฐิตธัมโม แห่ง สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรสเป็นเจ้าอาวาสของวัด แน่นอนว่าที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติกรรมฐานที่เปิดให้เข้าไป ปฏิบัติธรรมกันอีกด้วยค่ะ ส่วนไฮไลท์ของ วัดน้ำตกธรรมรส นั้น ก็จะเห็นกันได้ตั้งแต่เดินเข้าไปยังวัดเลย เพราะมีสีสันสดใสสวยงาม โดดเด่นด้วยประติมากรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปปาง พระเจ้าเปิดโลก พระโพธิสัตว์ หอระฆังปราบมาร รูปปั้นพระพุทธองค์ทรงโปรดองคุลีมาลและพระอินทร์มา ดีดพิณสอนธรรม รูปปั้นหลวงพ่อโต รวมถึงมีวนอุทยานสงฆ์น้ำตกธรรมรส ที่งดงามมากๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ใครอยากเที่ยวชมวัดสวย ระยอง ที่ วัดน้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ก็เดินทางมาได้ง่ายๆ เลยค่ะ คือถ้ามาจาก ชลบุรี ให้ใช้ถนนทางหลวงสาย 344 สายบ้านบึง-แกลง พอถึงกิโลเมตรที่ 67 ก็ให้กลับรถแล้วเลี้ยวเข้าไปทาง เดียวกันกับไปสวนละไมระยองเลยค่ะ และพอใกล้ถึงทางไปวัดน้ำตกธรรมรสจะตรงไปสักพักก็ถึงแล้วค่ะ ที่อยู่ : ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/XhUnPi6ZaHNJKzRf9 เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น.ที่มา : เพจมองระยอง
วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม 22 มกราคม 2568 51,887 ครั้ง วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม หรือชาวอำเภอ แกลง จังหวัดระยอง เรียกกันในชื่อ “วัดทะเลน้อย” ตาม ประวัติที่เล่าสืบต่อกันมาสันนิษฐานกันว่าแรกเริ่มนั้นเป็นวัดที่ “พระเจ้าตากสิน” ให้ชาวบ้านสร้างขึ้น เพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้กับทหารที่เสียชีวิตจากวีรกรรมทุ่งเพลงบ้านทะเลน้อย เมื่อครั้งก่อนเข้าตีเมืองจันทบูร ในช่วงกลาง ปีพุทธศักราช 2310 พระเจ้าตากทรงช้างพระที่นั่ง “คีรีบัญชร” พร้อมกำลังทหารยกทัพออกจากเมืองระยอง มาตั้งค่ายพักที่วัดแห่งนี้ ว่ากันว่า...บริเวณนี้ได้มีการทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อมุ่งหมายกอบกู้แผ่นดินชาติ บ้านเมือง ทุบหม้อข้าวหม้อแกง...ชี้เป็นชี้ตาย หมายมั่นชนะชัยไปสู่เป้าหมาย “เมืองจันทบูร” สุดท้าย...กองทัพพระเจ้าตากก็สามารถตีเมืองจันทบูรแตก ได้เข้าไปกินข้าวกันในเมือง พร้อมกับมีผู้คนมาเข้า ร่วมทัพเพิ่มจำนวนมากขึ้น สามเดือนผ่านไปก็รวบรวมเสบียง ไพร่พล ยกทัพเรือล่องมาจนถึงปากแม่น้ำ เจ้าพระยา...ยึดเมืองธนบุรีจากพม่าได้สำเร็จ จากนั้นก็ยกทัพต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่จะเข้ายึดค่าย โพธิ์สามต้น กอบกู้เอกราชได้สำเร็จภายในระยะเวลา 7 เดือน นับแต่เสียกรุงในปีพุทธศักราช 2310 “วัดทะเลน้อย” เรียกตามชื่อหมู่บ้านที่ตั้งวัด ด้วยเป็นสถานที่ตั้งฐานทัพในเส้นทางกู้ชาติของพระเจ้าตากฯ ตำนานบอกเล่าของผู้คนในหมู่บ้านนับรวมไปถึงหลักฐานที่ค้นพบสำคัญคือ...แท่นรองพระบาท ที่เชื่อกันว่าเป็น ของที่อยู่คู่กับบัลลังก์ มีลวดลายแบบจีนผสมอยู่ทุกส่วน ลงรักปิดทองด้วยฝีมือช่างชั้นสูง ภายในวัดยังประกอบ ไปด้วยโบราณสถานสำคัญอื่นๆอีก เช่น อุโบสถหลังเก่า เจดีย์ที่สันนิษฐานกันว่ามีอายุร่วมในสมัยอยุธยาตอน ปลาย ใบเสมาหิน และยังมีข้าวของเครื่องใช้ชาวบ้านในอดีต อาทิ เครื่องถ้วยลายจีน เครื่องลายคราม เครื่อง ทองเหลือง นับรวมไปถึงตำรายาโบราณ สมุดไทย คัมภีร์ใบลาน เหล่านี้บอกเล่าถึงความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์...วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และแน่นอนคือศรัทธาความเชื่อในเรื่องของสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช สถานที่แห่งศรัทธา...ถวายกายใจเป็นราชพลีของนักรบเลือดเนื้อชาติไทย วันเวลาผ่าน มาถึงวันนี้ผู้คนไม่น้อยอาจจะยังไม่รู้จักถึงความสำคัญของวัดราชบัลลังก์ฯ... ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์ “อุโบสถเก่า” อายุเก่าแก่กว่า 300 ปีดูเข้มขลัง หลายคนที่มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอาจจะสัมผัสได้ถึงพลัง บางอย่าง ให้รู้สึกสงบ เย็น และในบางช่วงบางตอนก็อาจจะรู้สึกได้ถึงความฮึกเหิมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก สะท้อนได้ถึงศรัทธาในอดีตที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าบรรยากาศจะดูเงียบสงบ ผู้คนไม่ค่อยมี แต่ก็ให้รู้สึกว่าเหมือนมีผู้คน อยู่กันพลุกพล่าน เรื่องอย่างนี้คนที่สัมผัสรู้สึกได้คุยให้ฟังก็อาจจะเชื่อ แต่กับอีกหลายๆคนที่ไม่เชื่อ สัมผัสไม่ได้ พูดอย่างไรก็คงจะตอบกลับมาว่าอาจคิดกันไปเอง...หรืองมงายด้วยซ้ำไป เปิดบันทึกประวัติอุโบสถเก่าแก่นี้ สร้างขึ้นสมัยกรุงธนบุรี ผนังก่ออิฐก่อปูน ซุ้มประตู หน้าต่าง ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยลายคราม...รูปแบบ ศิลปะฝีมือผสมกันระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกึ่งจีนถือว่าสวยงามนัก ไปถึงแล้ว...ก็ให้ไปให้ถึงด้วยต้องเข้าไป กราบสักการะ “หลวงพ่อองค์หวาย” พระประธานปางมารวิชัยอันศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย และในวันนี้ที่ “วัด ราชบัลลังก์ประดิษฐาราม” ก็จะจัดพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณเพื่อรำลึกถึงสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชอย่าง ยิ่งใหญ่ทุกปีเช่นกัน “ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ...พระเจ้าตาก กู้เอกราช กู้ชาติ ให้ปวง ประชาราษฎร์ ...ปวงชนจงรักษา พื้นพสุธา ให้รุ่งเรืองเอย คำบูชาสักการะองค์พระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งนะโม 3 จบ...ปู่ตาก ตะกุอิตัล ตากสินราชะโยตังอิ คำอาราธนาพระวิญญาณ “โอมสิ โน ราชาเทวะ ชะยะ ตุภะวัง สัพพะศัตรู วินาศสันติ” คำถวายเครื่องสักการะ โอมสิ โน ราชาเทวะ นะมามิหัง สักการบูชา “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” มุ่งหวัง ปาฏิหาริย์ด้วยตามแรงศรัทธาของแต่ละท่าน เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่า ได้ลบหลู่ แต่หากสมหวังดั่งตั้งใจแล้วก็อย่า ลืมไปแก้ตามถ้อยคำ...“สัจจะวาจา” ก็แล้วกัน. ที่อยู่ : ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่มา : ททท.ระยอง / https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/1129928
วัดอรัญรังษี 16 มกราคม 2568 62,028 ครั้ง วัดอรัญรังษี เป็นชื่อทางราชการ ชื่อชาวบ้านเรียกว่า วัดคลองทุเรียน...เป็นวัดทางศาสนาพุทธ มหานิกาย อยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ต.ชากพง ภาค 13...ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2513 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2532... ...ประวัติความเป็นมา วัดอรัญรังษี หรือชาวบ้านเรียน ทั่วไปว่า วัดคลองทุเรียน เดิมทีเดียวหมู่บ้านคลองทุเรียนเต็มไปด้วยป่าไม้มีค่า นานาชนิด ไม่มีเส้นทางหรือถนน ผ่าน การคมนาคมไม่สะดวกเหมือนเช่นทุกวันนี้... ในปี พ.ศ. 2485 ถนนสุขุมวิทตัดผ่าน มีชาวบ้านแถบชากพง ได้มาจับจองที่ดินแถบถนนสุขุมวิท เพื่อทำไร่ทำสวน และมีชาวต่างจังหวัดมาบุกเบิกหลายครอบครัว ได้พบต้นื ทุเรียนใหญ่ต้นหนึ่ง มีดอกออกผลแล้วอยู่ริมคลอง ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดปลูกไว้ คนในหมู่บ้านเห็นเป็นของ แปลก จึงพร้อมใจกันตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านคลองทุเรียนมาจนถึงทุกวันนี้... ที่อยู่ ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่มา : https://www.facebook.com/Mong.Rayong.Fanpage/posts/
ชุมชนปากน้ำประแส
เรียนรู้และสำรวจชุมชนปากน้ำประแส พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลาก หลายทางวัฒนธรรมที่สะท้อนให้เห็นผ่านรูปแบบวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ต่าง ๆ หากพูดถึง "ระยอง" หลายคนอาจจะนึกถึงภาพของหาดทราย น้ำทะเลสีคราม เสียงคลื่นกระทบฝั่ง วิวสวยของเกาะแก่งที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นเกาะเสม็ด หมู่เกาะมัน หรืออาหารพื้นถิ่นรสชาติกลมกล่อม หากแต่คราวนี้เราจะชวนทุกคนไปสัมผัสอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ ก็คือ "ชุมชนปากน้ำประแส" ชุมชนใน พื้นที่อำเภอแกลง ที่ยังคงใช้วิถีชีวิตเรียบง่าย แม้ว่าความเจริญของเทคโนโลยีจะคืบคลานเข้าไปถึง แต่ชาว บ้านก็ยังรักษาตัวตนแต่ดั้งเดิมเอาไว้เป็นอย่างดี พร้อมกับเรียนรู้และสำรวจชุมชนริมแม่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ดูแลโดยวิสาหกิจท่องเที่ยววิถีชุมชนตำบล ปากน้ำประแส ที่นำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน อีกทั้งยัง ผ่านการประเมินเกณฑ์การพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของประเทศไทย ปากน้ำประแส ชุมชนก่อกำเนิดจากสายน้ำ ชุมชนปากน้ำประแส นับเป็นชุมชนโบราณตั้งแต่สมัย อยุธยา โดยมีแม่น้ำประแสซึ่งเกิดจากการรวมตัวของแม่น้ำหลายสาย ระยะทาง 26 กิโลเมตร ไหลมารวม กัน ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งเปรียบเหมือนเส้นเลือดคอยหล่อเลี้ยงชาวชุมชนตลอดมา ทั้งยังเป็นแหล่งสร้างอาชีพให้ ผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการทำประมง การทำนากุ้ง การเลี้ยงปลาน้ำกร่อย ตลอดจนต่อยอดไปยัง การเกษตร เช่น การปลูกมะพร้าวและมะม่วง เพื่อนำไปแปรรูป รวมถึงเป็นแหล่งค้าขายให้ผู้คนมาจับจ่าย ใช้สอย อีกทั้งยังมีการสร้างโฮมสเตย์เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และร่วมทำ กิจกรรมกับชาวบ้านอีกด้วย ที่อยู่ : 330 หมู่ 8 ปากน้ำกระแส แกลง ระยอง 21170 ที่มา : https://www.dasta.or.th/th/article/290
ชายหาดพลา จังหวัดระยอง
หาดพลา ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งใน 3 ชายหาด ได้แก่ หาดพลา หาดพะยูน หาดน้ำริม หาดพลา เป็นชายหาดที่ใหญ่กว้างที่สุด มีที่พัก ร้านอาหาร เปรียบเสมือนศูนย์กลาง ท่องเที่ยวทะเลในโซนบ้านฉาง ที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมา พาลูกเด็ก ล็กแดง มาเล่นน้ำริมชายหาด พร้อมไป กับการนั่งทานอาหารริมทะเล หรือจะเอาเสื่อมาปูนั่งก็ได้ เพราะชายหาดค่อนข้างใหญ่ มีที่จอดรถเลียบหาด ที่สะดวกสบาย ช่วงเย็นหาดพลาสามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงามอีกจุดหนึ่ง ชายหาดพลา ชายหาดที่น้ำทะเลสีฟ้า หาดทรายมีสีน้ำตาล ในช่วงวันหยุดบริเวณจุดท่อง เที่ยวหลักของชายหาด เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเด็กๆที่มาเล่นน้ำ มีเก้าอี้นั่ง ร่มชายหาด และ ร้านอาหารทะเลหลายร้าน ชายหาดค่อนข้างยาวมาก เกือบ 3 กิโลเมตร หากต้องการหามุมเงียบสงบ และมี ความเป็นส่วนตัว แนะนำทิวสนติดกับชายหาดและตามร้านคาเฟ่และร้านอาหารริมทะเล ทิวสนริมชายหาด ตั้งอยู่ติดกับชายหาดหลัก ปลูกเรียงรายเป็นทิวแถว จุดนี้นอกจากมีร้าน อาหารแล้ว ยังมีคนในพื้นที่ มาผูกแปลนอน เพราะอากาศเย็นสบายมาก เห็นนักท่องเที่ยวหลายคนยก อุปกรณ์แคมปิ้งมานั่งกินอาหารตรงนี้ตลอดทั้งวันค่ะ แต่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวไม่แออัดนะคะ เพราะพื้นที่ กว้าง บางคนก็เอาเสื้อมาปูนอน ส่วนเรานำชุดปิคนิค มาจัดพรอพถ่ายรูป ถ้าหิวก็เดินไปซื้ออาหารมานั่งทาน ได้เลย เป็นชายหาดที่รู้สึกรีแลกซ์และสบายจริงๆ ดีเกินคาด นั่งเล่นทิวสนแล้วเหมือนโดนสะกดจิต ไม่อยาก ลุกไปไหนเลย ช่วงเย็นแนะนำให้มาที่ ท่าเรือหาดพลา อยู่หลังวัดพลา ให้ปักหมุดมาที่วัดได้เลยค่ะ บริเวณ ท่าเรือมีสะพานปูนทอดยาวริมทะเล ให้เดินเล่น รับลม มีป้ายชื่อ “ มาพักล้า @ บ้านพลา” สีสันสดใส เป็น จุดชมวิวรับลมทะเลที่ชิลมาก ลมพัดเย็นสบาย มองเห็นวิถีชีวิตชาวประมงริมฝั่ง และตึกของนิคม อุตสาหกรรมระยองช่วงเย็นชมวิวพระอาทิตย์ตกได้จากริมสะพานเลยค่ะ ช่วงเย็นริมถนนติดชายหาด เราจะเห็นคนในพื้นที่ เอาเก้าอี้แคมป์ปิ้งวางข้างรถ และนั่งกัน แบบนี้ เรียงกันเป็นแถวเลยค่ะ น่าจะเป็นชายหาดเดียวในประเทศไทย ที่ได้เห็นภาพนั่งคู่รถแบบนี้ ปกติจะ เห็นแต่ภาพตามเขื่อน สนามหญ้า ที่จะมากันเยอะ แต่นี่เราเห็นที่ทะเล เหมือนเป็นกิจกรรมยามเย็น ปิคนิค กินอาหารยามเย็น นั่งมองทะเล ให้ความรู้สึกที่ดีมากค่ะ ทะเลไม่ต้องสวยใส แต่บรรยากาศมันได้ ถึงกับ ต้องไปเอาชุดเก้าอี้แคมป์ปิ้งที่ติดรถประจำมานั่งด้วย เพื่อให้กลมกลืนไปคนในพื้นที่บ้าง ริมทะเล ณ เพลา ที่พักขนาดเล็ก มีเพียง 3 หลัง ตั้งอยู่ริมทะเลค่ะ มี 1 หลัง เป็นบ้านหลัง ใหญ่อยู่ข้างหลังไม่ติดทะเล และมีสองหลังที่อยู่ติดทะเล บ้านหลังกะทัดรัด มีพื้นที่ส่วนกลางหน้าห้อง ที่มอง เห็นวิวทะเลและชายหาดแบบเต็มตา ส่วนภายในห้องไม่กว้างมาก ตกแต่งน่ารัก เรียบง่าย ประตูกระจกมอง เห็นวิวทะเล ที่นี่ค่อนข้างเงียบสงบเป็นส่วนตัวมาก ราคาหลังละ 2500 บาท พักได้ 2 คน พร้อมอาหารเช้า ที่มา : https://www.paiduaykan.com/phala-beach/ https://www.wongnai.com/attractions/326729ur-
ป่าชายเลน พระเจดีย์กลางน้ำ จังหวัดระยอง
พระเจดีย์กลางน้ำ แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เป็นเจดีย์ทรงระฆัง สูง 10 เมตร ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำระยองเลยค่ะ และมีสะพานไว้เดินเข้าไปชมตัวเจดีย์ จริงๆ แล้ว เจดีย์นี้ สร้างมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2416 ในสมัยของ พระยาศรีสมุทรโภคชัยชิตสงคราม (เกตุ ยมจินดา) เป็นเจ้าเมืองระยองโดยสร้างขึ้นมาก็เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้กับชาวเรือ หรือ ผู้ที่โดยสารมาทางเรือว่ามา ถึงเมืองระยองแล้วค่ะ เพราะเมื่อก่อนนั้นเส้นทางคมนาคม จะมีแค่เพียงทางน้ำทางเดียวเท่านั้น สันนิษฐานว่าน่าจะสร้างมาตามแบบพระสมุทรเจดีย์ หรือ เจดีย์กลางน้ำ ของ เมืองสมุทรปราการ ค่ะ ในช่วงราวๆ กลางเดือน 12 ของทุกปีนั้น เป็นช่วงของฤดูน้ำหลาก ที่นี่จะมีงานประเพณีทอดกฐิน และงานห่มผ้าเจดีย์กลางน้ำอีกด้วย รวมไปถึงงานประเพณีทางน้ำ อย่าง งานลอยกระทง แข่งเรือยาว อีกด้วย ซึ่งประเพณีห่มผ้าเจดีย์นั้น จะเป็นการนำเอาผ้าสีแดงมาห่มเจดีย์เอาไว้ โดยผ้าจะมีความยาว 6 เมตร ต้องใช้คนมากถึง 2 คนปีนขึ้นไปห่มที่บริเวณส่วนบนของเจดีย์ค่ะ อีกทั้งบริเวณรอบๆ ของ พระเจดีย์กลางน้ำ มีป่าสนล้อมรอบทำให้ร่มรื่นและสวยงามอย่างมาก เลยกลายมาเป็นอีกสถานที่ พักผ่อนหย่อนใจของระยองนั่นเองค่ะ สามารถเที่ยวชมได้ทั้งตัวเจดีย์และป่ารอบๆ ไปพร้อมๆ กันเลย ใครแวะมาเที่ยว ระยอง ก็อย่าลืมไปไหว้สักการะ สัญลักษณ์ประจำเมืองระยอง แห่งนี้กันนะคะ การเดินทางไปพระเจดีย์กลางน้ำ พระเจดีย์กลางน้ำ จะอยู่ห่างจากตัวเมืองระยองไปราวๆ 2 กิโลเมตร ถ้าตรงมาจากถนนตากสินมหาราช ก็ให้เลี้ยวขวาเข้าถนนสมุทรคงคา ตรงไปจะแล้วจะเจอกับถนน สมุทรเจดีย์พระเจดีย์กลางน้ำนั้นจะอยู่สุดถนนเลยค่ะ แต่ถ้ามาจากปากน้ำ ก็ให้ข้ามสะพานเฉลิมชัย แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสมุทรเจดีย์อีก และถ้ามาจากตัวเมือง ให้ขับไปบนถนนอดุลย์ธรรมประภาส จากนั้นเลี้ยวขวาตรงถนนสมุทรคงคา แล้วจะผ่านวัดปากน้ำไปสุดถนนก็จะเจอกับพระเจดีย์กลางน้ำค่ะ ที่อยู่ : ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/saEdkgvG358ybQPu9 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.
ตลาดบ้านเพ จังหวัดระยอง
ที่เที่ยวระยอง ที่เหล่านักท่องเที่ยวหากมาเที่ยวจังหวัดระยอง ต้องห้ามพลาดที่จะมาเที่ยวที่นี่เลยค่ะ ตลาดบ้านเพ หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วิถีชาวประมงของชาวเมืองระยอง ตลาดบ้านเพระยอง ถือ เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ เป็นแหล่งรวบรวมสินค้าหลากหลายชนิด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือน เมืองระยองได้ดีเลยค่ะ หากมาเที่ยวระยอง ก็อย่าลืมที่จะแวะมาเที่ยว ตลาดบ้านเพระยองกันค่ะ ที่มา : https://roijang.com/rayong/
หาดสวนสน จังหวัดระยอง
เที่ยวทะเลระยอง หาดสวนสน เป็นอีกหนึ่งชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ อยู่ในตำบลแกลง อำเภอเมืองจังหวัดระยอง อยู่ไม่ไกลจากตลาดบ้านเพ และท่าเรือบ้านเพที่เป็นจุดลงเรือเพื่อข้ามไปยังเกาะ เสม็ดนั่นเอง หาดสวนสน เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะกับการไปพักผ่อนเป็นครอบครัว เพราะมีความเงียบสงบ มีถนนเลียบชายหาด และยังร่มรื่นด้วยแนวต้นสนตลอดทาง ถือว่าเป็นทะเลระยองอีกแห่งหนึ่งที่น่ามาเที่ยวพัก ผ่อนมากๆ สำหรับที่พักบริเวณหาดสวนสนนั้นมีมากมาย หลายระดับราคา แต่รอบนี้ที่เจย์กับตั้มเลือกไปพัก คือ บันยันรีสอร์ท แอท ระยอง ห่างจากชายหาดเพียงไม่กี่ก้าว บ้านพักแยกเป็นหลังๆ ล้อมรอบด้วยวิวสวน ที่ปลูกพุ่มไม้ ประดับซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้เข้าพักรู้สึกสบายตาแล้ว ยังช่วยทำให้มีความเป็นส่วนตัวในขณะ เข้าพักอีกด้วย แต่ละหลังจะมีบริเวณให้นั่งเล่น หรือจะซื้ออาหารทะเลจากตลาดบ้านเพมาปิ้งย่างกันใน บริเวณที่พักก็ได้ ที่มา : https://th.trip.com/moments/detail/rayong-1447094-13685516/ https://www.thetrippacker.com/en/place/
อ่างเก็บน้ำเขาจุก จังหวัดระยอง
“อ่างเก็บน้ำเขาจุก” เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีปริมาตรที่รับน้ำได้สูงสุด จำนวน 22 ล้านลูกมาศก์เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์จำนวนทั้งสิ้น 7,500 ไร่บรรยากาศเงียบสงบ สดชื่น เหมาะแก่การพักผ่อน ทั้งนี้ยังเป็น แหล่งน้ำที่ใช้ผลิตประปาส่วนภูมิภาคและเป็นแหล่งน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตในด้านการเกษตร บริเวณรอบอ่าง เก็บน้ำยังมี ชุมชนหมู่บ้าน สวนผลไม้ โฮมสเตย์ จุดชมวิวตรง “ศาลาฅนเหล็ก” ให้ท่านได้แวะพักเหนื่อย กิจกรรมที่นี่ก็จะเป็น ปั่นจักรยานชมวิว ตกปลา หรือถ้ายังชมบรรยากาศไม่เต็มที ภายในวันเดียวก็สามารถ อยู่ตั้งแค้มป์ค้างคืนกันได้นะ การเดินทางอยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณ 205 กม.ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพ ประมาณ 2 ชั่วโมง 27 นาที * อยู่ห่างจากตัวจังหวัดระยองประมาณ 83.4 กม.ใช้เวลาเดินทางตัวจังหวัด ประมาณ 1 ชั่วโมง 13 นาที ที่มา : https://sites.google.com/dei.ac.th/nampen/
จุดชมวิวเมืองระยอง
จุดชมวิวเมืองระยอง-เขาโบสถ์ ตั้งอยู่บนยอดเขาโบสถ์ ตำบลทับมา อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จุดชมวิวนี้สร้างเป็นสะพานแขวนสีเขียว ขึงด้วยลวดสลิงเส้นใหญ่ โดยพื้นของสะพานแขวนทำด้วยไม้ ความยาวของของสะพานแขวนทั้งหมด 75 เมตร และความกว้างของสะพานแขวน 1.50 เมตร เป็นจุด ชมวิวที่มีความท้าทายเป็นอย่างมาก บอกเลยว่าใครเป็นโรคกลัวความสูงต้องคิดดีๆก่อนที่จะตัดสินใจไปที่นี้ แต่ถ้าใครชอบความท้าท้ายแอดบอกได้คำเดียวเลยว่า คุ้มค่าสุดกับการได้มาที่นี้ เพราะที่นี้เมื่อทุกคนได้ เดินขึ้นมาแล้วจะได้สัมผัสกับบรรยากาศที่แสนบริสุทธิ์ ได้สูดอากาศดีๆ อย่างเต็มปอดและทุกคนก็จะได้ มองเห็นความสวยงามจากมุมสูงของเมืองระยองด้วยตาเปล่า ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากทุกคนจะได้ เห็นทั้งภูเขา ต้นไม้ท้องฟ้า ทะเล และเมืองระยอง ในมุมสูง แบบกว้าง อย่างสุดลูกหูลูกตา จุดชมวิวเมืองระยอง เมืองแห่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่สามารถมองเห็นได้จาก “จุดชมวิวเมือง ระยอง (วัดเขาโบสถ์)” สะพานแขวนสีเขียวขึงด้วยลวดสลิงอยู่บนยอดเขาสูง ที่ทำให้มองเห็นภูเขาตัดกับ ขอบฟ้าในบรรยากาศลมเย็นสบาย พร้อมกับมองเห็น เขตแหล่งอุตสากรรมปิโตรเคมี ไกลสุดลูกหูลูกตา แล้วยังจะได้เห็นทะเล ท้องฟ้า และวิวเมืองระยองมุมสูงได้ด้วยตาเปล่าอีกด้วยนะจ้ะ นับว่าเป็นอีก ที่เที่ยว ระยอง ที่เหมาะกับการมาพักผ่อนชมวิว หรือปั่นจักรยานท้าความชันของเส้นทาง บรรยากาศของที่นั้น ล้อมรอบไปด้วย ความเขียวขจีของต้นไม้ ลมพัดเย็นสบาย สูดอากาศสดชื่น เงียบสงบ ร่มรื่น บรรยากาศ ดี ๆ มุมถ่ายรูปก็ยังสวยทุกมุมด้วยนะจ้ะ แนะนำให้มาช่วงเย็นนะจ้ะ คือ บรรยากาศยามเย็นของที่นั้นคือ สวยงามมากจริงๆ Location : หมู่ที่ 7ตำบลทับมา อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000 เปิด-ปิดเวลา : 24 ชั่วโมง พิกัดจุดชมวิวเมืองระยอง-เขาโบสถ์ : https://goo.gl/maps/6PSZzvdyVeg4NJ1q7 ที่มา : https://esportivida.com/ https://www.facebook.com/groups/236990503753436
วัดปากป่า จังหวัดระยอง
พระครูพิพิธธรรมสาร (หลวงพ่อใย ธมฺมสาโร) เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันของวัดปากป่ามีนามเดิมว่า ใย แสนเกษม เกิดวันเสาร์ที่ 2 มกราคม 2487 เป็นบุตรของคุณพ่อหมุน คุณแม่หวิง แสนเกษม ชาวบ้านปากป่า มีอาชีพเกษตรกรรมทำนาทำสวน การศึกษาเบื้องต้น หลวงพ่อใย เรียนจบชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 จาก โรงเรียนบ้านหนองสะพาน เมื่อเรียนจบได้มาช่วยครอบครัวทำนาทำสวน เพราะเป็นบุตรชายต้องเป็นกำลัง หลักของครอบครัว จนเมื่ออายุครบบวช พ่อแม่จึงพาไปบวชที่วัดปากป่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2510 (ถึง ปัจจุบัน 49 พรรษา) โดยมี พระครูพิพิธวรญาณ (หลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า) เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อจิ๊ว วัด ปากป่า เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระครูถาวรคุณวัตร (หลวงพ่อติ๊ด วัดหนองสะพาน) เป็นพระอนุสาวนา จารย์ ได้ฉายา “ธมฺมสาโร” แปลว่า ผู้รุ่งโรจน์และสว่างไสวด้วยธรรม หลังอุปสมบทท่านได้ตั้งใจศึกษาพระ ธรรมวินัยจนสอบได้ นักธรรมตรี โท และเอก ตามลำดับ จึงได้หันไปศึกษา ด้านวิปัสสนากรรมฐาน โดยได้ไป ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อชื่น วัดมาบข่า พระอุปัชฌาของท่านซึ่งมีชื่อเสียงโงดังมาก ในขณะนั้น นอกจาก เรียนด้านวิปัสสนาแล้ว หลวงพ่อใยยังสนใจศึกษาด้านพุทธาคมเป็นอย่างมาก ซึ่งหลวงพ่อชื่น ท่านก็เมตตา สอนให้อย่างไม่ปิดบังทั้ง ลบผง,หุงสีผึ้ง,การปลุกเสกวัตถุมงคล การรักษาคนด้วยสมุนไพร และน้ำมนต์ รวม วิชาอีกหลายประการที่หลวงพ่อชื่นมี หลวงพ่อใยท่านก็เพียรศึกษาและปฏิบัติจนเกิดความชำนาญ ทำได้ สำเร็จจริง จากนั้นท่านยังได้ไปขอเรียนด้านกสินธาตุเพิ่มเติม จากหลวงพ่อลัด วัดหนองกระบอก ศิษเอก หลวงพ่ออ่ำ เจ้าตำหรับแพะมหาเสน่ห์ อันโด่งดังของเมืองไทย เมื่อเรียนสำเร็จ และปฏิบัติจนเห็นผลจริงแล้ว จึงลาครูบาอาจารย์ ออกธุดงค์เพื่อศึกษาเพิ่มเติม จากระยอง ,นครปฐม,ชัยภูมิ,บุรีรัมย์,โคราช เป็นเวลาร่วม 3 ปีเต็มก่อนเดินทางกลับมาระยอง แต่ด้วยความสนใจในในด้านกรรมฐาน และเป็นคนใฝ่เรียนชอบแสวงหา ครูอาจรย์ผู้ทรงคุณ ท่าน จึงได้เดินทางไป ศึกษากับหลวงปู่ธรรมรังษี วัดพระพุทธบาทเขาพนมดิน อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ขอเรียนทั้งการปฏิบัติจิต และเวทย์วิทยาต่างๆ นอกจากนี้หลวงพ่อใยยังมีโอกาสได้ เพิ่มเติม ภูมิธรรมด้านกรรมฐาน กับ หลวงปู่บุดดา ถาวโร เมื่อครั้งที่ท่านเดินทางมา ระยองอีกด้วย หลวงพ่อใยท่าน เล่าให้ฟังว่า ใครก็ตามที่ให้หลวงปู่บุดดาเจิมแป้งให้ ท่านจะใช้แป้งกระป๋องเทใส่ฝ่ามือ แล้วเป่าใส่หน้าผาก หรือศรีษะ หลวงปู่บอกว่าเร็วดี หลวงพ่อเล่าต่อว่าเมื่อก่อนมีการทดลองการเป่าแป้งที่เขียนตัวนะใส่ฝ่ามือ แล้วแล้วเป่าพ่วงเดียวไปติดฝากุฏิเลยทีเดียว เมื่อหลวงพ่ออายุมากขึ้น พรรษามากขึ้น กิจนิมนต์ก็มากขึ้น โดยเฉพาะการนั่งปรก ในพิธีต่างๆ ร่วมกับพระเกจิชื่อดัง หลวงพ่อสาคร,หลวงพ่อสิน,หลวงพ่อนาค และพระ เกจิชื่อดังระดับประเทศอีกมากมาย งานปลุกเสกวัตถุมงคลหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ ตั้งแต่ปี 2530 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ท่านได้รับนิมนต์ให้มานั่งปรกในพิธีมา โดยตลอดครับ เมื่อถามว่าหลวงพ่อได้เรียนวิชากับหลวง ปู่ทิมไว้บ้างไหม หลวงพ่อท่านตอบว่า สมัยก่อนการเดินทางสัญจร ไปมาระหว่างปากป่า กับละหารไร่นั้น ลำบากมากเราได้เพียงไปกราบท่านปีละครั้ง แต่ละครั้งหลวงปู่ทิมท่านก็เมตตาให้คาถา สำคัญมาบ้าง ให้วัตถุ มงคล ผงพรายกุมารมาบ้าง แม้เราไม่ได้ฝากตัวเป็นศิษย์ท่านอย่างจริงจัง ท่านก็เมตตาด้วยดีเสมอมา ในด้าน วัตถุมงคลที่เคยสร้างไว้เมื่อครั้งสมัยฝังลูกนิมิต เป็นเหรียญพัดยศ และสมเด็จ วันวางศิลาเลิกศาลา เป็นของ หลวงปู่ธรรมรังษี จากนั้นในปี 2555 ได้สร้างกริ่งขึ้นอีกประมาณ 500 องค์ เพื่อซื้อที่ดิน และปี 2556 ได้ สร้างเหรียญขึ้นอีกชุดนึง เป็นที่ระลึกวัดปากป่าครบ 115 ปี จากนั้นก็ยังไม่ได้สร้างอะไรอีกเลย หลวงพ่อใย ปัจจุบันอายุ 72 ปี ยังคงแข็งแรง หากวันไหน ไม่ติดกิจนิมนต์ หลวงพ่อจะออกบิณฑบาต เหมือนกับพระ ลูกวัดทั่วไป ไม่ได้ถือตน ยังคง กวาดลานวัด, กวาดใบไม้ หลวงพ่อท่านบอกว่าเป็นกิจที่สมณะพึงปฏิบัติ ไม่ว่า จะเป็นเจ้าอาวาสหรือ พระลูกวัดก็ตาม นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงาม ของเมืองระยอง ที่ซ้อนเร้นอยู่ใน ดงพงไพร “หลวงพ่อใย วัดปากป่า “ ที่มา : http://pratairommai.blogspot.com/2016/08/blog-post.html ที่อยู่ : 58, 4 ตำบล หนองตะพาน อำเภอบ้านค่าย ระยอง 21120 โทรศัพท์ : 086 154 7732
โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย)
โครงการศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จ.ระยอง (อ่างเก็บน้ำดอกกราย) ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง หรืออ่างเก็บน้ำดอกกราย เป็นที่ตั้งของ โครงการศูนย์พัฒนาปลวกแดง จังหวัดระยอง-ชลบุรี และเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืดเพื่อการชลประทาน การเกษตรกรรม และ การประมงแห่งความสำคัญของจังหวัดระยอง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,300 ไร่ มี ทัศนียภาพที่สวยงาม เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจและการวิ่งออกกำลังกายบนสันเขื่อนในตอนเย็น และยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการพัฒนาการเกษตรและศิลปาชีพตามแนวทางพระราชดำริอีกด้วย ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง หรืออ่างเก็บน้ำดอกกราย ได้มีการ ปรับปรุงทัศนียภาพที่แปลกตา สวยงามมากขึ้น ใครเป็นสายถ่ายรูป ชอบเซลฟี่ กับทุ่งดอกไม้สวยๆแล้วล่ะก็ ต้องไม่พลาด บนโซนใหม่ของอ่างเก็บน้ำดอกกราย ไม่ว่าจะเป็น ดอกไม้ของพ่อ สวนดอกไม้ สวนป่า และอีก มากมาย เป็นจุดเช็คอินที่ห้ามพลาดในการมาเที่ยว อ่างเก็บน้ำดอกกราย เวลาเปิด-ปิด : 08.30-18.00 น. ที่ตั้ง : บริเวณโครงการอ่างเก็บน้ำดอกกราย หมู่ที่ 6 ตำบลแม่น้ำคู้ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง โทรศัพท์ 038-027915, 038-027901,038-027902,038-027903 พิกัด : https://goo.gl/maps/XM4uybfeqazuv1M17 ที่มา : https://www.facebook.com/TravelRayongPao/
อุทยานสำนักสงฆ์วัดน้ำตกธรรมรส
วัดน้ำตกธรรมรส หรือ สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัด ระยอง โดยมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่เลยทีเดียว และมี หลวงพ่อธรรมรส หรือ หลวงพ่อคล้าย ฐิตธัมโม แห่ง สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรสเป็นเจ้าอาวาสของวัด แน่นอนว่าที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติกรรมฐานที่เปิดให้เข้าไป ปฏิบัติธรรมกันอีกด้วยค่ะ ส่วนไฮไลท์ของ วัดน้ำตกธรรมรส นั้น ก็จะเห็นกันได้ตั้งแต่เดินเข้าไปยังวัดเลย เพราะมีสีสันสดใสสวยงาม โดดเด่นด้วยประติมากรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปปาง พระเจ้าเปิดโลก พระโพธิสัตว์ หอระฆังปราบมาร รูปปั้นพระพุทธองค์ทรงโปรดองคุลีมาลและพระอินทร์มา ดีดพิณสอนธรรม รูปปั้นหลวงพ่อโต รวมถึงมีวนอุทยานสงฆ์น้ำตกธรรมรส ที่งดงามมากๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ใครอยากเที่ยวชมวัดสวย ระยอง ที่ วัดน้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ก็เดินทางมาได้ง่ายๆ เลยค่ะ คือถ้ามาจาก ชลบุรี ให้ใช้ถนนทางหลวงสาย 344 สายบ้านบึง-แกลง พอถึงกิโลเมตรที่ 67 ก็ให้กลับรถแล้วเลี้ยวเข้าไปทาง เดียวกันกับไปสวนละไมระยองเลยค่ะ และพอใกล้ถึงทางไปวัดน้ำตกธรรมรสจะตรงไปสักพักก็ถึงแล้วค่ะ ที่อยู่ : ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/XhUnPi6ZaHNJKzRf9 เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น.ที่มา : เพจมองระยอง
วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม
วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม หรือชาวอำเภอ แกลง จังหวัดระยอง เรียกกันในชื่อ “วัดทะเลน้อย” ตาม ประวัติที่เล่าสืบต่อกันมาสันนิษฐานกันว่าแรกเริ่มนั้นเป็นวัดที่ “พระเจ้าตากสิน” ให้ชาวบ้านสร้างขึ้น เพื่ออุทิศ ส่วนกุศลให้กับทหารที่เสียชีวิตจากวีรกรรมทุ่งเพลงบ้านทะเลน้อย เมื่อครั้งก่อนเข้าตีเมืองจันทบูร ในช่วงกลาง ปีพุทธศักราช 2310 พระเจ้าตากทรงช้างพระที่นั่ง “คีรีบัญชร” พร้อมกำลังทหารยกทัพออกจากเมืองระยอง มาตั้งค่ายพักที่วัดแห่งนี้ ว่ากันว่า...บริเวณนี้ได้มีการทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อมุ่งหมายกอบกู้แผ่นดินชาติ บ้านเมือง ทุบหม้อข้าวหม้อแกง...ชี้เป็นชี้ตาย หมายมั่นชนะชัยไปสู่เป้าหมาย “เมืองจันทบูร” สุดท้าย...กองทัพพระเจ้าตากก็สามารถตีเมืองจันทบูรแตก ได้เข้าไปกินข้าวกันในเมือง พร้อมกับมีผู้คนมาเข้า ร่วมทัพเพิ่มจำนวนมากขึ้น สามเดือนผ่านไปก็รวบรวมเสบียง ไพร่พล ยกทัพเรือล่องมาจนถึงปากแม่น้ำ เจ้าพระยา...ยึดเมืองธนบุรีจากพม่าได้สำเร็จ จากนั้นก็ยกทัพต่อไปยังกรุงศรีอยุธยา ก่อนที่จะเข้ายึดค่าย โพธิ์สามต้น กอบกู้เอกราชได้สำเร็จภายในระยะเวลา 7 เดือน นับแต่เสียกรุงในปีพุทธศักราช 2310 “วัดทะเลน้อย” เรียกตามชื่อหมู่บ้านที่ตั้งวัด ด้วยเป็นสถานที่ตั้งฐานทัพในเส้นทางกู้ชาติของพระเจ้าตากฯ ตำนานบอกเล่าของผู้คนในหมู่บ้านนับรวมไปถึงหลักฐานที่ค้นพบสำคัญคือ...แท่นรองพระบาท ที่เชื่อกันว่าเป็น ของที่อยู่คู่กับบัลลังก์ มีลวดลายแบบจีนผสมอยู่ทุกส่วน ลงรักปิดทองด้วยฝีมือช่างชั้นสูง ภายในวัดยังประกอบ ไปด้วยโบราณสถานสำคัญอื่นๆอีก เช่น อุโบสถหลังเก่า เจดีย์ที่สันนิษฐานกันว่ามีอายุร่วมในสมัยอยุธยาตอน ปลาย ใบเสมาหิน และยังมีข้าวของเครื่องใช้ชาวบ้านในอดีต อาทิ เครื่องถ้วยลายจีน เครื่องลายคราม เครื่อง ทองเหลือง นับรวมไปถึงตำรายาโบราณ สมุดไทย คัมภีร์ใบลาน เหล่านี้บอกเล่าถึงความสำคัญทาง ประวัติศาสตร์...วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม และแน่นอนคือศรัทธาความเชื่อในเรื่องของสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช สถานที่แห่งศรัทธา...ถวายกายใจเป็นราชพลีของนักรบเลือดเนื้อชาติไทย วันเวลาผ่าน มาถึงวันนี้ผู้คนไม่น้อยอาจจะยังไม่รู้จักถึงความสำคัญของวัดราชบัลลังก์ฯ... ศรัทธานำมาซึ่งปาฏิหาริย์ “อุโบสถเก่า” อายุเก่าแก่กว่า 300 ปีดูเข้มขลัง หลายคนที่มีโอกาสได้เข้ามาเยี่ยมเยียนอาจจะสัมผัสได้ถึงพลัง บางอย่าง ให้รู้สึกสงบ เย็น และในบางช่วงบางตอนก็อาจจะรู้สึกได้ถึงความฮึกเหิมขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก สะท้อนได้ถึงศรัทธาในอดีตที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่าบรรยากาศจะดูเงียบสงบ ผู้คนไม่ค่อยมี แต่ก็ให้รู้สึกว่าเหมือนมีผู้คน อยู่กันพลุกพล่าน เรื่องอย่างนี้คนที่สัมผัสรู้สึกได้คุยให้ฟังก็อาจจะเชื่อ แต่กับอีกหลายๆคนที่ไม่เชื่อ สัมผัสไม่ได้ พูดอย่างไรก็คงจะตอบกลับมาว่าอาจคิดกันไปเอง...หรืองมงายด้วยซ้ำไป เปิดบันทึกประวัติอุโบสถเก่าแก่นี้ สร้างขึ้นสมัยกรุงธนบุรี ผนังก่ออิฐก่อปูน ซุ้มประตู หน้าต่าง ประดับด้วยกระเบื้องถ้วยลายคราม...รูปแบบ ศิลปะฝีมือผสมกันระหว่างสถาปัตยกรรมไทยกึ่งจีนถือว่าสวยงามนัก ไปถึงแล้ว...ก็ให้ไปให้ถึงด้วยต้องเข้าไป กราบสักการะ “หลวงพ่อองค์หวาย” พระประธานปางมารวิชัยอันศักดิ์สิทธิ์ วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญของประวัติศาสตร์ชาติไทย และในวันนี้ที่ “วัด ราชบัลลังก์ประดิษฐาราม” ก็จะจัดพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณเพื่อรำลึกถึงสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชอย่าง ยิ่งใหญ่ทุกปีเช่นกัน “ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ...พระเจ้าตาก กู้เอกราช กู้ชาติ ให้ปวง ประชาราษฎร์ ...ปวงชนจงรักษา พื้นพสุธา ให้รุ่งเรืองเอย คำบูชาสักการะองค์พระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งนะโม 3 จบ...ปู่ตาก ตะกุอิตัล ตากสินราชะโยตังอิ คำอาราธนาพระวิญญาณ “โอมสิ โน ราชาเทวะ ชะยะ ตุภะวัง สัพพะศัตรู วินาศสันติ” คำถวายเครื่องสักการะ โอมสิ โน ราชาเทวะ นะมามิหัง สักการบูชา “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” มุ่งหวัง ปาฏิหาริย์ด้วยตามแรงศรัทธาของแต่ละท่าน เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่า ได้ลบหลู่ แต่หากสมหวังดั่งตั้งใจแล้วก็อย่า ลืมไปแก้ตามถ้อยคำ...“สัจจะวาจา” ก็แล้วกัน. ที่อยู่ : ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่มา : ททท.ระยอง / https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/thaitravel/1129928
วัดอรัญรังษี
วัดอรัญรังษี เป็นชื่อทางราชการ ชื่อชาวบ้านเรียกว่า วัดคลองทุเรียน...เป็นวัดทางศาสนาพุทธ มหานิกาย อยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ ต.ชากพง ภาค 13...ได้รับอนุญาตให้สร้างวัดเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2513 ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2532... ...ประวัติความเป็นมา วัดอรัญรังษี หรือชาวบ้านเรียน ทั่วไปว่า วัดคลองทุเรียน เดิมทีเดียวหมู่บ้านคลองทุเรียนเต็มไปด้วยป่าไม้มีค่า นานาชนิด ไม่มีเส้นทางหรือถนน ผ่าน การคมนาคมไม่สะดวกเหมือนเช่นทุกวันนี้... ในปี พ.ศ. 2485 ถนนสุขุมวิทตัดผ่าน มีชาวบ้านแถบชากพง ได้มาจับจองที่ดินแถบถนนสุขุมวิท เพื่อทำไร่ทำสวน และมีชาวต่างจังหวัดมาบุกเบิกหลายครอบครัว ได้พบต้นื ทุเรียนใหญ่ต้นหนึ่ง มีดอกออกผลแล้วอยู่ริมคลอง ไม่ทราบว่าเป็นของผู้ใดปลูกไว้ คนในหมู่บ้านเห็นเป็นของ แปลก จึงพร้อมใจกันตั้งชื่อหมู่บ้านว่า บ้านคลองทุเรียนมาจนถึงทุกวันนี้... ที่อยู่ ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ที่มา : https://www.facebook.com/Mong.Rayong.Fanpage/posts/