ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล 3 กรกฏาคม 2568 44,279 ครั้ง ใครชอบทะเลจะต้องร้อง เย้ ! กันดังๆ ได้แล้ว เพราะซัมเมอร์มาถึงแบบเต็มตัวแล้ว ใครที่อาจจะ เบื่อๆ กับการเที่ยวทะเลแบบเดิมๆ แล้วล่ะก็ เราจะชวนไปเที่ยวทะเลในแบบที่ต่างออกไป เที่ยวเชิงอนุรักษ์ แบบคนรุ่นใหม่กันที่ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เกาะมันใน จังหวัด ระยอง นี่เองค่ะ ตามเราไปเที่ยวศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กัน ต้องขอบอกว่าทันทีที่เรือเทียบท่าเกาะมันใน ให้ความรู้สึกว่าได้สูดธรรมชาติเข้าไปอย่างเต็มปอด เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคึกครื้นเหมือนเกาะอื่นๆ ทั่วไป แต่เป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลค่ะ เพราะฉะนั้นน้ำใส อากาศสะอาดไร้มลพิษจริงๆ มองไปเห็นชายหาดทอดตัวยาว น้ำสีเขียวกระทบหาด ทรายสีขาว ต้นมะพร้าวลู่ไปตามแรงลม แม้แดดอาจจะแรงหน่อย แต่ก็รู้สึกสดชื่นมากๆ เลยค่ะ จากท่าเรือเดินมาไม่ไกลนัก เราก็จะพบกับ พิพิธภัณฑ์เต่าทะเล ด้านในเป็นนิทรรศการแสดง เรื่องของเต่าทะเลหลากหลายประเภท ทั้งเต่าตนุ เต่ามะเฟือง และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีการ จำลองการวางไข่ของเต่าทะเลให้เราได้ดูอีกด้วย และยังมีโครงกระดูกของโลมาให้เราได้ศึกษา ดูไปดูมาก็ คล้ายๆ กับโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดย่อมๆ ทีเดียวค่ะ ที่นี่เป็นศูนย์การศึกษาวิจัยการเพาะฟักไข่เต่าทะเล การผสมพันธุ์ การวางไข่ การอนุบาล การเลี้ยง ศึกษาพฤติกรรม ดูแลรักษาและ ป้องกันโรคของเต่าทะเลแล้ว ยังศึกษาค้นคว้าเกี่ยว กับปะการัง ชนิดต่างๆ การแพร่กระจายเติบโตของแนวปะการัง การอนุรักษ์และ ฟื้นฟูปะการังอีกด้วย เรียกได้ว่ามา ที่เดียวได้ความรู้ครบถ้วนกระบวนการค่ะ ออกจากพิพิธภัณฑ์ไปดูเต่าทะเลตัวจริงเสียงจริงกันบ้าง ที่นี่มีทั้งเต่าทะเลอายุมาก เต่าทะเลโต เต็มวัย เต่าทะเลที่บาดเจ็บ และลูกเต่าทั้งหลายที่ทางศูนย์ฯ ดูแลอยู่ เป็นการอนุบาลเต่าทะเลจนกว่าจะ หายจากอาการบาดเจ็บ หรือโตพร้อมจะออกไปแหวกว่ายสู่โลกภายนอก ทางศูนย์ฯ ก็จะนำเต่าทะเลออก ไปปล่อยที่ทะเลค่ะ เป็นโชคดีของเต่าทะเลพวกนี้จริงๆ เพราะปัจจุบันทะเลในประเทศไทยค่อนข้างมีเต่าทะเลตาม ธรรมชาติอยู่น้อยมาก ยังมีคนที่จับเต่าทะเลเพื่อไปขาย หรือฆ่าเอาไปกินเป็นจำนวนมาก ฟังแล้วก็ตกใจอยู่ ใช่ไหมล่ะคะ เต่าตัวใหญ่ หน้าตาน่ารักขนาดนี้ ก็ยังมีคนใจร้ายฆ่าเอาเนื้อไปกินเป็นยาอายุวัฒนะ หรือนำ กระดองเต่าไปขายไว้ประดับบ้าน ระบบนิเวศทางทะเลเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราชอบทะเลอย่างเดียวแต่ไม่คิดจะอนุรักษ์ระบบนิเวศ ต่างๆ ไว้ในคงสภาพความเป็นอยู่ให้ดีที่สุด คงยากที่ในอนาคตเราจะได้เห็นทะเลสวยๆ แบบวันนี้ใช่ไหม ล่ะคะ เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นนักท่องเที่ยวแบบคนรุ่นใหม่ นอกจากเราจะมาเที่ยวแล้ว ก็ต้องช่วย กันดูแล ไม่ว่าจะเป็นปะการัง หรือสัตว์น้ำเพื่อให้ระบบนิเวศยังสมบูรณ์อยู่มากที่สุดค่ะ สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวสูดอากาศสะอาดๆ ที่เกาะมันใน มาเที่ยวชมการอนุรักษ์พันธุ์เต่า ทะเล ก็แวะมาได้ที่ “ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก” ค่ะ เพราะนอกจาก เราจะได้เที่ยวแล้ว ยังได้ความรู้เรื่องเต่าทะเล และความรู้สึกดีๆ ของการมาเที่ยวเชิงอนุรักษ์กลับ มาอีกเพียบ ที่อยู่ : ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก หมู่เกาะมัน ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เปิดบริการ : 08.00-17.00 น. โทร : 0-3866-1693 การเดินทาง : การเดินทางไปเกาะมันในอาจเช่าเรือไปได้จากทั้งสองแห่ง การเช่าเรือจากแหลมแม่พิมพ์ต้องไปลงเรือที่อ่าวมะขามป้อม หรือถ้าเช่าเรือไปจากปากน้ำประแสร์
อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ระยอง 2 กรกฏาคม 2568 24,939 ครั้ง วันสุนทรภู่ ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีค่ะ ซึ่งมีความสำคัญ เพราะเป็นวันที่เราจะได้รำลึก ถึง ครูกลอน ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยก็คือ สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร กวีเอกของไทย ที่สร้างสรรค์ วรรณคดี บทกลอน ต่างๆ ที่มีชื่อเสียง และวันนี้เราจะพาไปรำลึกถึงกวีเอกท่านนี้กันที่ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ หนึ่ง ในที่เที่ยวระยอง กันนั่นเอง อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ตั้งอยู่เลยแหลมแม่พิมพ์ไปทางตำบลกร่ำ อำเภอแกลง ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้กับ พระสุนทรโวหาร หรือ สุนทรภู่ ครูกวีเอกของไทยในสมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้สร้างสรรค์บทประพันธ์อันทรงคุณค่ามากมาย ซึ่งท่านเคยมาเยือนที่อำเภอแกลงแห่งนี้ เมื่อครั้งวัยหนุ่ม พร้อมกับได้ประพันธ์ นิราศเมืองแกลง เอาไว้ด้วย ภายในอุทยานประดิษฐาน รูปหล่อสุนทรภู่ นั่งในท่าที่กำลังแต่งโคลงกลอนอยู่หน้าสระน้ำใหญ่ ด้านหน้าทางเข้ามีเรือนไทยจำลองตั้งอยู่ อีกทั้งยังมีประติมากรรมรูปปั้นหล่อ พระอภัยมณี นางผีเสื้อสมุทร และ นางเงือก ตัวละครในวรรณคดีสำคัญของไทยตั้งอยู่ที่นี่อีกด้วยค่ะ ซึ่งออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี นับว่าที่นี่เป็นอนุสาวรีย์กวีแห่งแรกและแห่งเดียวที่มีอยู่ในประเทศไทย และเปิดให้เข้าขมอย่าง เป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2513 ค่ะ สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร (ภู่) เป็นกวีในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น เชกสเปียร์แห่งเมืองไทย เข้ารับราชการเป็นอาลักษณ์ราชสำนัก ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย (รัชกาลที่ 2) และเมื่อสิ้นรัชกาล ก็ได้ออกบวชเป็นเวลา 20 ปี ก่อนจะกลับเข้ารับราชการอีกครั้งใน ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) สุนทรภู่ มีบิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยเชื่อถือตาม พระนิพนธ์ของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง ชีวิตและงานของสุนทรภู่ อีกทั้งยังมีปรากฏเนื้อความอยู่ใน นิราศ เมืองแกลง ของสุทรภู่เองอีกด้วย เชื่อกันว่าในวัยเด็ก สุนทรภู่ได้ร่ำเรียนหนังสือกับพระใน สำนักวัดชีปะขาว ตามเนื้อความส่วนหนึ่ง ที่ปรากฏใน นิราศสุพรรณ และต่อมาในวัยหนุ่ม สุนทรภู่ได้ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูกกรมพระราชวังหลังกริ้ว จนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมด ถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก ก็เดินทางไปหาบิดาที่เมืองแกลง จังหวัดระยอง การเดิน ทางครั้งนี้สุนทรภู่ได้แต่ง นิราศเมืองแกลง พรรณนาสภาพการเดินทางต่างๆ เอาไว้โดยละเอียด และลงท้าย เรื่องว่า แต่งมาให้แก่แม่จัน กลับจากเมืองแกลงคราวนี้ สุนทรภู่จึงได้แม่จันเป็นภรรยา แต่กลับจากเมืองแกลง เพียงไม่นาน สุนทรภู่ต้องติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะมหาดเล็กตามเสด็จไปในงานพิธีมาฆบูชาที่ พระพุทธบาท สระบุรีในปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2350 สุนทรภู่ได้แต่ง นิราศพระบาท พรรณนาเหตุการณ์ในการ เดินทางคราวนี้ด้วย สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์เมื่อ พ.ศ. 2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่อง "รามเกียรติ์" ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อกลอน ได้ต้องพระราชหฤทัย จึงโปรดให้สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรากฏว่าแต่งได้ดีเป็นที่พอพระทัย จึงทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น ขุนสุนทรโวหาร สุนทรภู่รับราชการอยู่เพียง 8 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคต หลังจากนั้นสุนทรภู่ก็ออกบวช หลังจากลาสิกขาบท สุนทรภู่ได้รับพระอุปถัมภ์จากเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ และได้แต่งเรื่อง พระอภัยมณี ถวายให้กรมหมื่นอัปสร สุดาเทพด้วย เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์สืบต่อมา ทรงสถาปนาเจ้าฟ้าน้อยขึ้น เป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สุนทรภู่จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวังบวร มี บรรดาศักดิ์เป็น พระสุนทรโวหาร สุนทรภู่พำนักอยู่ในเขตพระราชวังเดิม ใกล้หอนั่งของพระยามนเทียรบาล (บัว) มีห้องส่วนตัวเป็นห้องพักกั้นเฟี้ยมที่เรียกชื่อกันว่า "ห้องสุนทรภู่" เชื่อว่าสุนทรภู่พำนักอยู่ที่นี่ตราบจนถึง แก่อนิจกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2398 สิริรวมอายุได้ 69 ปี ผลงานที่มีชื่อเสียงของสุนทรภู่มีมากมายหลายเรื่อง เช่น นิราศภูเขาทอง นิราศสุพรรณ เพลงยาวถวายโอวาท กาพย์พระไชยสุริยา พระอภัยมณี และอื่นๆ อีกมากมาย ค่ะ อีกทั้งยังมีงานประพันธ์หลายชิ้นของสุนทรภู่ที่เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบันอีกด้วย โดยเฉพาะ งานประพันธ์เรื่อง พระอภัยมณี ที่ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่า เป็นยอดของวรรณคดีประเภทกลอน นิทาน และเป็นผลงานที่แสดงถึงทักษะ ความรู้ และทัศนะของสุนทรภู่อย่างมากที่สุด และในปี พ.ศ.2529 สุนทรภู่ ยังได้รับยกย่องจาก องค์การยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรมอีกด้วย ด้วยผลงานมากมายของสุนทรภู่ที่มีความงดงามในด้านงานประพันธ์ ทำให้ทุก วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี ถือเป็น วันสุนทรภู่ ซึ่งเป็นวันสำคัญด้านวรรณกรรมของไทย โดยแต่ละที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปะการประพันธ์บทกวีของไทยเรานั่นเองค่ะ โดยเฉพาะที่ จังหวัดระยอง บริเวณ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ที่จะมีการจัดการแสดงพื้นบ้าน ขบวนแห่ต่างๆ เพื่อรำลึกถึงสุนทรภู่เป็นประจำทุกปี และสำหรับในปีนี้ วันสุนทรภู่ 2565 ได้มีการจัด งานวันสุนทรภู่ กวีโลก 2565 ขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2565 นี้ ที่บริเวณ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ค่ะ ข้อมูล อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ระยอง ที่อยู่ : ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/miZ3sFDhk8gKvqY26 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.
ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ 26 มิถุนายน 2568 27,731 ครั้ง สวัสดีค่ะ วันนี้ One day trip with Rayong PAO จะพาทุกๆคนเข้าสายมู (มูเตลู่) ของเหล่า ชาวเลกัน เพราะว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวประมง ที่ไม่ว่าจะออกเรือหาปลาตอน ไหนก็ต้องมาบูชา สักการะและขอพรกับสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ หรือชื่อเต็มของพระองค์ท่านคือ พล.ร.อ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่่อให้การ เดินเรือออกจากฝั่งสำเร็จลุล่วงโดยสวัสดิภาพ ซึ่งกรมหลวงชุมพรฯ พระองค์ทรงได้นำความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาปรับปรุงการเรียนการสอนวิชา ทหารเรือ โดยเพิ่มเติม วิชาดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ เพื่อให้ทหารเรือไทยเมื่อสำเร็จการศึกษา แล้วสามารถเดินเรือทางไกลได้ ทั้งนี้ยังทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือด้วยพระองค์เอง รวมถึงยังได้เป็น ผู้วางรากฐานกิจการกองทัพเรือไทย ให้มีความเข็มแข็งมั่นคง เจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ พระองค์เป็นที่ศรัทธาของเหล่าชาวประมงทั่วประเทศไทย ในส่วนของเครื่องสักการะที่ผู้คนนิยมนำมาบูชาก็เป็นต้นว่า ดอกกุหลาบสีแดง พวงมาลัยดอก มะลิ การจุดประทัดถวาย รวมถึงเรือจำลองเป็น ต้น ในส่วนของเครื่องบวงสรวงเพื่อเซ่นไหว้ที่นิยมนำมา ถวายก็คือ น้ำตาลเมา ซึ่งพระองค์โปรดปรานเป็นพิเศษ รวมไปถึง เหล้า เบียร์ บุหรี่ ผลไม้ ขนม และกับ ข้าวไทยๆ รสจัด ซึ่งสิ่งที่ไม่ทรงโปรดก็ได้แก่ การเอาพวงมาลัยไปสวมพระเศียร และเมนูพะแนงเนื้อ เพราะเคยมีผู้นำมาถวายแล้วเกิดอาเพศ ทว่าไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่นะคะ นอกจากสายมูแล้ว สายชิวยังสามารถ มาเดินเล่นชมวิถีชีวิตชาวประมง พร้อมกับรับ บรรยากาศยามเย็นสวยๆได้อีกด้วยนะคะ แล้วคราวหน้าเราจะพาไปชมสถานที่สวยๆที่ไหนอีก ติดตามชม ได้ในบทความหน้านะคะ การเดินทาง : จากตัวเมืองระยองให้ใช้เส้นทาง ถ.สุขุมวิท วิ่งไปทาง จ.จันทบุรี กระทั่งเมื่อมา ถึงก.ม.ที่ 278 แล้วก็ให้เลี้ยวขวาที่แยกประแส จากนั้นวิ่งตรงไปเรื่อยๆ แล้วให้เลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ ถ.เทศบาล 1 ซึ่งจุดสังเกตคือปั๊มน้ำมันเก่าๆตรงปากทาง แล้วก็ให้วิ่งตรงไปจนสุดทางสามแยกจึงเลี้ยว ขวาไปอีกเล็กน้อย พอข้ามสะพานก็จะพบศาลอยู่ฝั่งซ้ายมือ เวลาทำการ : 7.00 น.-18.00 น. ที่มา : https://www.traveloka.com/th-th/explore/destinatio พิกัด : https://maps.app.goo.gl/eUYXYhH9vdPggoCe6
ต้นก้ามปูยักษ์ จังหวัดระยอง 23 มิถุนายน 2568 29,139 ครั้ง ต้นก้ามปูยักษ์ หรือต้นจามจุรี ต้นนี้ ขึ้นอยู่ในพื้นที่ ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กำลังเป็นที่ฮือฮา จากความแปลกตาของรูปทรงที่ธรรมชาติสร้างสรร บรรยากาศ ร่มรื่น จนกลายเป็นจุด เชคอินของนักท่องเที่ยว เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง โด่งดังอยู่ในโลกออนไลน์ ใครมาก็ต้อง บันทึกภาพ ซึ่งมีความสวยในทุกมุม นางอยู่เย็น ปะโภชน์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 ม. 8 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง บอกว่า ต้นก้ามปูต้นนี้ มีอายุกว่า 150ปี ตนเองเกิดมาก็เห็นต้นก้ามปูยักษ์ต้นนี้ ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์รวม ของประชาชน เพราะมีการจัดงานประเพณีต่างๆที่นี่ โดยเฉพาะการแห่นางแมวขอฝน ชาวบ้านที่ทำพิธีก็ จะขึ้นไปขอฝนกันบนต้นก้ามปูต้นนี้ พอสมัยนี้ ยังไม่มีการจัดงานเพราะช่วงโควิด แต่มีการพัฒนาพื้นที่โดย เทศบาลตำบลชากบก พัฒนา ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ประชาชนเข้ามาเที่ยว ชาวชุมชนก็นำข้าวของมาขาย มีรายได้ในช่วงโควิด เพราะที่ตลาดนัดขายของไม่ค่อยได้ ถึงแม้จะเป็นช่วงโควิดกลัวการติดเชื้อ แต่คน ที่มาเที่ยวและคนขายของ ก็ระมัดระวัง โดยเฉพาะวันหยุดจะมีคนมาเที่ยวเยอะก็ไม่ให้อยู่กันหนาแน่น และต้องสวมแมส นายตรีเทพ คงมณี (ด้วง) อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 19/9 ม.8 ต.ชากบก อ.เมือง จ.ระยอง บอกว่า เดิมที่ดินผืนนี้เป็นของพ่อคุณเสริม ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตำบล สมัยนั้นคือ หมอพื้นบ้าน รับรักษาคนที่เจ็บ ป่วยท่านเป็นคนใจบุญชอบทำบุญมาก และเห็นความสำคัญของการจัดงานประเพณี โดยเฉพาะงาน สงกรานต์ จึงได้ยกที่ดินผืนนี้ให้ใช้ประโยชน์สาธารณะ เพื่อทำบุญหมู่บ้านและจัดงานประเพณีทุกปี ชาว ชุมชนก็จะใช้ที่ดินจัดงาน โดยอาศัยร่มเงาของต้นก้ามปูที่แผ่กิ่งก้านสาขา เพราะสมัยก่อนไม่มีจุดที่พักให้ ประชาชน ก็จะมาอยู่ใต้ต้นก้ามปูต้นนี้ ซึ่งร่มเงาเย็นสบายมากที่สุด เด็กจะพากันมาวิ่งเล่นใต้ต้นก้ามปูกัน ทุกวัน และยังได้เชื่อว่าการที่ต้นไม้ออกกิ่งก้านสาขาสวยงาม และร่มรื่นแบบนี้ ต้องมีรุกขเทวดาประจำ อยู่ ซึ่งทางนายนาค ระยอง นายกเทศมนตรีตำบลชากบก เล็งเห็นความสำคัญจึงจัดสรรงบประมาณ พัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว สำหรับ ต้นก้ามปู ใหญ่ต้นนี้ มีลำต้นขนาดประมาณ 5 คนโอบ รูปทรงไม่สูง แต่กลับแผ่กิ่งก้าน สาขาเป็นทรงพุ่มสวยงามปกคลุมพื้นที่กว่า 1 ไร่ ทำให้ภายใต้ต้นโล่ง โปร่ง และร่มรื่น จากธรรมชาติ รังสรรค์ อีกทั้งเทศบาลตำบลชากบก ได้พัฒนาพื้นที่ สร้างที่นั่งไม้ล้อมรอบโคนต้น โดยออกแบบให้ กลมกลืน เข้ากับธรรมชาติ จนเกิดความงดงามที่ลงตัว เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ชาวชุมชนชากบก ต่างก็ นำสินค้าพื้นบ้านมาวางจำหน่าย เช่น ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารพื้นเมือง ขนมและน้ำ สร้างรายได้ให้กับ ชาวชุมชนในช่วงโควิด-19 อีกด้วย ต้นก้ามปูยักษ์ บ้านค่ายระยอง อยู่ใกล้สี่แยกไฟแดง ชากกอไผ่ อำเภอ บ้านค่าย จังหวัดระยอง ถ้ามาไม่ถูก ปักหมุด ที่ ต้นก้ามปูยักษ์ บ้านค่ายระยอง นำทางมาถึงที่ ที่มา : https://www.sanook.com/travel/1427289/
ตลาดน้ำเกาะกลอย 16 มิถุนายน 2568 27,034 ครั้ง ตลาดน้ำเกาะกลอย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่คุณพ่อบอกคุณแม่จะพาบทหลาน ของท่านมาเที่ยวชม มาให้อาหารปลาที่มีจำนวนมากมายหลากหลายสายพันธุ์และตัวใหญ่มาก หรือจะปั่น รถถีบจักรยานน้ำ ก็สนุกอย่างเช่นกัน ยังมีโซนที่พักผ่อนหย่อนใจใจร่มรื่น มีร้านค้าและร้านขนมขายรวมถึง ของเล่นให้คุณน้องๆหนูๆได้เลือก สนุกมากมาย มีร้านคาเฟ่ร้านกาแฟให้นั่งชิล เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9:00 น - 18:00 น อยู่ในปั๊ม ปตท. PTT STATION ติด กับเซ็นทรัล ระยอง บรรยากาศตลาดเก่า ริมน้ำ เดินเล่นสบายๆ สูดโอโซนธรรมชาติ พักผ่อนอิริยาบถอย่างเต็มที่ เดินชมของเก่า ช้อปปิ้งขนม ของฝาก ดื่มกาแฟอเมซอน ให้อาหารปลา ออกกำลังปั่นเรือถีบ ที่อยู่ : ตลาดน้ำเกาะกลอย 65/3 อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/tcCXQY67YB5EXMhRA เปิดให้เข้าชม : 09.00-18.00 น. ที่มา : https://th.trip.com/moments/detail/rayong
หาดแม่รำพึง 13 มิถุนายน 2568 36,155 ครั้ง ลองมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดฟิน! ที่ "หาดแม่รำพึง" ดินแดนแห่งความสุขริม ทะเลตะวันออก ที่นี่ คุณจะได้พบกับหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีฟ้า เหมาะสำหรับการพักผ่อน กิจกรรมทางน้ำสุดมันส์ ให้คุณได้สนุกสนาน ตื่นเต้น เติมเต็มทุกความประทับใจหาดแม่รำพึง ที่เที่ยวที่ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย จะมาคนเดียว มาเป็นคู่ มาเป็นครอบครัว ก็สนุกสนานได้เต็มที่ พร้อมแล้ว หรือยัง? ที่จะออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หาดแม่รำพึง ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ น้ำทะเลใส หาด ทรายขาว เหมาะแก่การพักผ่อน หลีกหนีความวุ่นวาย ชายหาดแม่รำพึงยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีคราม เหมาะแก่การเล่นน้ำ อาบแดด หรือเดินเล่นพักผ่อน ที่นี่เงียบสงบ ร่มรื่น ผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการมาพักผ่อนแบบส่วนตัวหรือครอบครัว ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความ สะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า ที่พัก เก้าอี้ชายหาด ร่ม และห้องน้ำ หาดแม่รำพึง ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ น้ำทะเลใส หาดทรายขาว เหมาะแก่การพักผ่อน แต่ที่ นี่ไม่ได้มีแค่การนอนอาบแดดเท่านั้น ยังมีกิจกรรมสนุกๆ มากมาย ให้ท่านได้เพลิดเพลิน ดังนี้ 1. เล่นน้ำทะเล: กิจกรรมยอดฮิตบนชายหาด คงหนีไม่พ้นการเล่นน้ำทะเล หาดแม่รำพึง มีน้ำ ทะเลใส คลื่นลมสงบ เหมาะแก่การว่ายน้ำ เล่นน้ำ หรือ เล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เจ็ทสกี บานาน่าโบ๊ท พาย เรือคายัค 2. ดำน้ำตื้น: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโลกใต้ท้องทะเล หาดแม่รำพึง มีจุดดำน้ำตื้น ที่สวยงาม มากมาย ท่านจะได้พบกับปะการังหลากสีสัน และ สัตว์น้ำนานาชนิด 3. ตกปลา: หากท่านต้องการสัมผัสประสบการณ์การตกปลา ริมชายหาดแม่รำพึง มีบริการให้ เช่าอุปกรณ์ตกปลา ท่านสามารถนั่งตกปลา บนชายหาด หรือ ลงเรือตกปลา ก็ได้ 4. นั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกดิน: ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน เหนือท้องทะเล บนเรือ เป็นกิจกรรม สุดโรแมนติก ที่หาดแม่รำพึง ท่านสามารถจองทริปล่องเรือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน ได้กับบริษัททัวร์ บน ชายหาด 5. เดินเล่นบนชายหาด: เดินเล่นบนชายหาด เก็บเปลือกหอย ชมวิวทะเล เป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่ ผ่อนคลาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย 6. ปิกนิก: ปูเสื่อ นั่งเล่น ทานอาหาร บนชายหาด เป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่เหมาะกับครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อน 7. ช้อปปิ้งของฝาก: บนชายหาดแม่รำพึง มีร้านขายของฝาก มากมาย ท่านสามารถซื้อของฝาก ของที่ระลึก กลับบ้านได้ 8. ถ่ายรูป: ชายหาดแม่รำพึง มีมุมสวยๆ มากมาย ให้ท่านได้ถ่ายรูป เช็คอิน หาดแม่รำพึง ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออก ของประเทศไทย ในจังหวัดระยอง ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 200 กิโลเมตร การเดินทางมายังหาดแม่รำพึง สะดวก รวดเร็ว มีหลายวิธี ดังนี้ 1. รถยนต์ส่วนตัว: ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 7 (ถนนสุขุมวิท) มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง เมื่อถึง จังหวัดระยอง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 36 (ถนนเพชรเกษม) มุ่งหน้าสู่หาดแม่รำพึง ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2-3 ชั่วโมง 2. รถทัวร์: มีรถทัวร์ จากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดระยอง ออกเดินทางทุกวัน จากสถานีขนส่ง หมอชิต และ สถานีขนส่งเอกมัย เมื่อถึงจังหวัดระยอง ให้ต่อรถสองแถว หรือ รถแท็กซี่ ไปยังหาดแม่ รำพึง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง 3. รถตู้: มีรถตู้ให้บริการรับส่ง จากกรุงเทพฯ ไปยังหาดแม่รำพึง ออกเดินทางทุกวัน จองตั๋ว ล่วงหน้า กับบริษัททัวร์ ที่สะดวก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง 4. รถไฟ: นั่งรถไฟ ไปยังสถานีรถไฟระยอง เมื่อถึงสถานีรถไฟระยอง ให้ต่อรถสองแถว หรือ รถ แท็กซี่ ไปยังหาดแม่รำพึง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง 5. เครื่องบิน: นั่งเครื่องบิน ไปยังสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง เมื่อถึงสนามบิน ให้ต่อรถแท็กซี่ หรือ เช่ารถ ไปยังหาดแม่รำพึง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ที่อยู่ : ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000 ที่มา : https://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=3666
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา - เขาวง 11 มิถุนายน 2568 51,560 ครั้ง อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ขึ้นชื่อ อีกแห่ง หนึ่งของจังหวัดระยอง สำหรับ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม อำเภอแกลง กิ่ง อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง และอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี อาจเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ภาคตะวันออกของประเทศ มีสภาพป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารของจังหวัดระยอง มี สัตว์ป่าชุกชุม และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก หน้าผา ถ้ำ ทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่งดงาม อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง มีเนื้อที่ประมาณ 52,300 ไร่ หรือ 83.68 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 13 ของประเทศไทย ลักษณะภูมิประเทศของป่าเขาชะเมา เป็นเทือกเขาสูงชัน สลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินแปร หินไนส์ หินชีสต์ มียอดเขาสูงสุด คือ "ยอดเขาชะเมา" สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,024 เมตร เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำของห้วยหลายสาย เช่น คลองระโอก คลองโพล้ คลองหินเพลิง เป็นต้น ซึ่งลำคลองเหล่านี้ เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำประแสร์เส้นชีวิตของ จังหวัดระยอง การเดินทางไป อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จากกรุงเทพฯ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 7 ถนนมอเตอร์เวย์ เลี้ยวซ้ายออกอำเภอบ้านบึง เดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 344 ถึงสามแยก อำเภอแกลง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท ถึงตลาดบ้านเขาดิน อำเภอแกลง จังหวัด ระยอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบ้านเขาดิน ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ถึงสี่แยกพัฒนา จะเห็นป้ายบอกทาง เข้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เลี้ยวขวาที่สีแยกพัฒนา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ ทำการอุทยานแห่งชาติ จากกรุงเทพฯ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท ถึงตลาดบ้านเขาดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบ้านเขาดิน ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ถึงสี่แยกพัฒนา จะเห็นป้าย บอกทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เลี้ยวขวาที่สีแยกพัฒนา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะ ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ตู้ปณ.11 อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 21110 โทรศัพท์ 0 3802 0510 (VoIP), 0 3889 4378 โทรสาร 0 3889 4378 อีเมลล์ : Chamao_@hotmail.com ที่มา : https://www.facebook.com/search/top/?น้ำตกเขาชะเมา
วัดน้ำตกธรรมรส 10 มิถุนายน 2568 31,229 ครั้ง วัดน้ำตกธรรมรส หรือ สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่เลยทีเดียว และมี หลวงพ่อธรรมรส หรือ หลวงพ่อคล้าย ฐิตธัมโม แห่งสำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรสเป็นเจ้าอาวาสของวัด แน่นอนว่าที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติ กรรมฐานที่เปิดให้เข้าไปปฏิบัติธรรมกันอีกด้วยค่ะ ส่วนไฮไลท์ของ วัดน้ำตกธรรมรส นั้น ก็จะเห็นกันได้ตั้งแต่เดินเข้าไปยังวัดเลย เพราะมีสีสันสดใส สวยงาม โดดเด่นด้วยประติมากรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปปางพระเจ้าเปิด โลก พระโพธิสัตว์ หอระฆังปราบมาร รูปปั้นพระพุทธองค์ทรงโปรดองคุลีมาลและพระอินทร์มาดีด พิณสอนธรรม รูปปั้นหลวงพ่อโต รวมถึงมีวนอุทยานสงฆ์น้ำตกธรรมรส ที่งดงามมากๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ใครอยากเที่ยวชมวัดสวย ระยอง ที่ วัดน้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ก็เดินทางมาได้ง่ายๆ เลยค่ะ คือถ้า มาจากชลบุรี ให้ใช้ถนนทางหลวงสาย 344 สายบ้านบึง-แกลง พอถึงกิโลเมตรที่ 67 ก็ให้กลับรถแล้ว เลี้ยวเข้าไปทางเดียวกันกับไปสวนละไมระยองเลยค่ะ และพอใกล้ถึงทางไปวัดน้ำตกธรรมรสจะตรงไป สักพักก็ถึงแล้วค่ะ ที่อยู่ วัดน้ำตกธรรมรส อ.วันจันทร์ จ.ระยอง เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น. ที่มา : ( https://goo.gl/maps/NfMeFYmWEXMgaM579 )
หาดพยูน 30 พฤษภาคม 2568 40,699 ครั้ง ทะเลระยองช่วงนี้ ฮีลใจสุดๆเลยค่ะ เรามาเที่ยวบ้านฉาง ต้องแวะมาที่หาดพยูนกันแล้ว เป็น หาดที่สงบ คนไม่เยอะมาก เหมาะแก่มาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งเล่นชิลล์ๆ หาดพยูนอยู่ตรงกลางระหว่างหาด น้ำรินกับหาดพลา ยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ทางมาที่หาดจะมีต้นสน ขับมาสุดทางจะเจอกับ ศาลหลวง เตี่ยอยู่ติดกับสะพานมังกร ข้ามสะพานคลองเล็กๆ ชื่อว่า สะพานหลวงเตี่ยบ้านพยูน ถ้าไปช่วงพระอาทิตย์ ตกดิน เป็นช่วงที่สวยมาก แสงส้มทั่วทั้งชายหาด และที่นี่ยังมีร้านค้าพ่อค้าแม่ค้า มาขายของมากมาย มี ร้านอาหาร ร้านนั่งชิลล์ ใกล้กับหาดพยูน อีกด้วยนะคะ ร้านขายของกิน มีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 15.00-21.00 น. พิกัด https://maps.app.goo.gl/yyuKDR9FdQzUGbVs6
วัดตะเคียนทอง 29 พฤษภาคม 2568 51,042 ครั้ง หลวงปู่ก๋วน หรือ พระครูสุกิจจานุรักษ์ นามเดิม ก๋วน สกุล ริมราง บิดา นายเปรม ริมราง (มารดาผู้เขียนไม่ทราบ) เกิดปีมะเมีย วันที่ 16 มิถุนายน 2461 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง อุปสมบท 24 พฤษภาคม 2491 ณ.วัดตะเคียนทอง ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง พระครูประทุมธรรมมาภิบาล พระอุปัชฌาย์ พระอธิการสนธิ์(พระครูโกศลสังฆกิจ) พระกรรมมาจารย์ พระอธิการรวย(พระครูสุนทรธรรมมานุศาสตร์)พระอนุสาวนาจารย์ สำเร็จญัตติจตุตถกรรมวาจาเวลา 14.29 น.ฉายาว่า อคฺควโย มรณภาพเมื่อ 20 กันยายน 2548 หลวงปู่ก๋วน เป็นพระวิปัสสนา กัมมัธฐาน สายยุบหนอ พองหนอ การปฏิบัติธรรม วัดตะเคียนทองลำดับสมาธิและญาณ 16 ของโยคี ผู้ดำเนินทางสมถะวิปัสสนาลูกศิษย์ของหลวงปู่ก๋วน และที่ขยายสำนักของวัดตะเคียนทองมีดังนี้ 1.พระอาจารย์น้ำเพชร มหาลาโภ เจ้าอาวาสวัดตะเคียนทอง มีอาจารย์ต้อย อาจารย์เมิน 2.อาจารย์สันต์ เจ้าอาวาสวัดเขาตะแบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 3.อาจารย์สันติ ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย 4.หลวงปู่บุญมี วัดป่าสันติวันพันชาติ จ.มหาสารคาม หรือบางทีท่านจะไปจำพรรษาที่ วัดพุทธธรรมวนาราม (วัดป่าบ้านโนนงิ้ว) ต.หนองสนิท อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ 5.พระอาจารย์นพ วัดถ้ำเขาชะอางค์ กิ่งอำเภอเขาชะเมา ระยอง 6.อาจารย์สมคิด วัดศรีพุ่มโพธิ์ ชลบุรี 7.อาจารย์ไพรสณฑ์ วัดโคกหลวง ราชบุรี หลวงปู่เป็นพระที่มีศีลจารวัตรดีเลิศ เอาใจใส่ลูกศิษย์ทุกคน หลวงปู่เป็นพระปฏิบัติดีและสอน ลูกศิษย์ให้ปฏิบัติตามท่าน พระเครื่อง ที่หลวงปู่ได้ดำริสร้างทุกรุ่นหลวงปู่จะคัดเลือกมวลสารเอง มวลสาร แต่ละอย่าง หาได้มาด้วยความลำบาก ต้องปีน ต้องมุดเขาไปเอามา จากในถ้ำและหน้าฝาสูง เรื่องพุทธคุณ ไม่ต้องพูดถึง หลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้ว กายสังขารของท่านก็ไม่เน่าเปื่อย ที่มา : https://www.lptuad.org/2015/09/
สวนละไม 27 พฤษภาคม 2568 35,782 ครั้ง ตามเรามาเช็กอิน เที่ยวระยอง กันที่ สวนละไม ค่ะ สวนผลไม้ อร่อยได้จากต้นเลยทีเดียว ซึ่งใน ช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายนนั้น เป็นหน้าผลไม้ที่ใครๆ หลายคนรอคอย ทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง รวม ไปถึง King of Fruit อย่าง ทุเรียน ก็เตรียมตัวมาพร้อมรอให้ไปชิมถึงสวน เอ๊ะๆ อย่าคิดว่า กินในกรุงเทพฯ ก็ได้นะจ๊ะ เพราะฟีลลิ่งบรรยากาศการไปกินถึงสวนนั้นมันฟินกว่ามาก แถมยังเป็น บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ให้กินได้ ไม่อั้น จัดกันไปยาวๆ นอกจากนี้ ที่บริเวณด้านหน้าสวนละไม ยังมี ฟาร์มแกะ สุดคิ้วท์ ในเราไปเล่นและสัมผัสน้อง แกะอย่างใกล้ชิด ถ่ายรูป และป้อนหญ้าได้อย่างสนุกสนานค่ะ รวมถึงใครอยากมาชิลขั้นสุดไปอีก ไฮไลท์ สุดๆ ของที่นี่เลยก็คือ ที่พักรถบ้าน นั่นเอง หาวันสบายๆ มาชิล เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ปิ้งย่างบาร์บีคิว นอน ในรถบ้านกันดู ก็ได้บรรยากาศสุดๆ ไปเลยค่า ที่อยู่ : 19/9 ถนนบ้านบึง-แกลง (สาย 344) ตำบลป่ายุบใบ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KWchr671poovRBbB8 เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Suanlamai
สะพานรักษ์แสม 26 พฤษภาคม 2568 34,741 ครั้ง สะพานรักษ์แสม บริเวณป่าชายเลนแห่งนี้เป็นเขตอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์ มีธนาคารปูแสม ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านเนินทรายหมู่ที่ 2 และสมาชิกเครือข่าย ที่ต้องการจะอนุรักษ์และ เพิ่มจำนวนสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่ ประกอบกับดูแลรักษาผืนป่าชายเลนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำให้มี ความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปูแสม จึงมีการสร้างธนาคารปูเพื่อเพาะขยายพันธุ์ปูให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และในปี พ.ศ. 2554 ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดระยองเพื่อก่อสร้าง สะพานรักษ์แสม เป็น สะพานไม้เดินชมทัศนียภาพและระบบนิเวศน์คลองท่าตาโบ๊ย ระยะทางของสะพานยาวประมาณ 100 เมตร ส่วนทางเดินไม้ยาว 200 เมตร สามารถเดินชม ความงดงามของป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ดูปูแสม ในบรรยากาศธรรมชาติเงียบสงบ ชิลล์อย่าบอกใคร เหมือนกับว่าหลุดมาโลกอีกมิติหนึ่งยังไงยังงั้น เพียงแค่เดินเล่นไปตามทาง เราจะสัมผัสได้ถึงความคึกคัก ของบรรดาสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในป่านี้ ส่วนของเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสะพานรักษ์แสมนั้น จะเป็นเส้นทางเดินที่วนเป็นวงกลม ระยะทางรวมประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น อากาศดีเดินสบาย ไปได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ที่ตั้ง : หมู่ 2 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/KXNHm614HCXFveJE7 โทร : 0-3865-5420 (ททท. สำนักงานระยอง), 0-3803-7612 (เทศบาลตำบลเนินฆ้อ) เปิดเข้าชม : ทุกวัน 08.00 - 18.00 น. การเดินทาง : สายมอเตอร์เวย์ (สาย 7) มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง ประมาณ 80 กิโลเมตร และให้เลี้ยวซ้าย เพื่อสู่เข้าถนนหมายเลข 344 ตรงไปจนถึงถนนสุขุมวิท หมายเลข 3 ให้เลี้ยวขวาขับไป ประมาณ 6 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนชนบทหมายเลข 3161 ประมาณ 3 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 3161 และเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนหมายเลข 3046 มุ่งสู่สะพานรักษ์แสม
ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล
ใครชอบทะเลจะต้องร้อง เย้ ! กันดังๆ ได้แล้ว เพราะซัมเมอร์มาถึงแบบเต็มตัวแล้ว ใครที่อาจจะ เบื่อๆ กับการเที่ยวทะเลแบบเดิมๆ แล้วล่ะก็ เราจะชวนไปเที่ยวทะเลในแบบที่ต่างออกไป เที่ยวเชิงอนุรักษ์ แบบคนรุ่นใหม่กันที่ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก เกาะมันใน จังหวัด ระยอง นี่เองค่ะ ตามเราไปเที่ยวศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กัน ต้องขอบอกว่าทันทีที่เรือเทียบท่าเกาะมันใน ให้ความรู้สึกว่าได้สูดธรรมชาติเข้าไปอย่างเต็มปอด เพราะที่นี่ไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวคึกครื้นเหมือนเกาะอื่นๆ ทั่วไป แต่เป็นศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลค่ะ เพราะฉะนั้นน้ำใส อากาศสะอาดไร้มลพิษจริงๆ มองไปเห็นชายหาดทอดตัวยาว น้ำสีเขียวกระทบหาด ทรายสีขาว ต้นมะพร้าวลู่ไปตามแรงลม แม้แดดอาจจะแรงหน่อย แต่ก็รู้สึกสดชื่นมากๆ เลยค่ะ จากท่าเรือเดินมาไม่ไกลนัก เราก็จะพบกับ พิพิธภัณฑ์เต่าทะเล ด้านในเป็นนิทรรศการแสดง เรื่องของเต่าทะเลหลากหลายประเภท ทั้งเต่าตนุ เต่ามะเฟือง และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีการ จำลองการวางไข่ของเต่าทะเลให้เราได้ดูอีกด้วย และยังมีโครงกระดูกของโลมาให้เราได้ศึกษา ดูไปดูมาก็ คล้ายๆ กับโครงกระดูกไดโนเสาร์ขนาดย่อมๆ ทีเดียวค่ะ ที่นี่เป็นศูนย์การศึกษาวิจัยการเพาะฟักไข่เต่าทะเล การผสมพันธุ์ การวางไข่ การอนุบาล การเลี้ยง ศึกษาพฤติกรรม ดูแลรักษาและ ป้องกันโรคของเต่าทะเลแล้ว ยังศึกษาค้นคว้าเกี่ยว กับปะการัง ชนิดต่างๆ การแพร่กระจายเติบโตของแนวปะการัง การอนุรักษ์และ ฟื้นฟูปะการังอีกด้วย เรียกได้ว่ามา ที่เดียวได้ความรู้ครบถ้วนกระบวนการค่ะ ออกจากพิพิธภัณฑ์ไปดูเต่าทะเลตัวจริงเสียงจริงกันบ้าง ที่นี่มีทั้งเต่าทะเลอายุมาก เต่าทะเลโต เต็มวัย เต่าทะเลที่บาดเจ็บ และลูกเต่าทั้งหลายที่ทางศูนย์ฯ ดูแลอยู่ เป็นการอนุบาลเต่าทะเลจนกว่าจะ หายจากอาการบาดเจ็บ หรือโตพร้อมจะออกไปแหวกว่ายสู่โลกภายนอก ทางศูนย์ฯ ก็จะนำเต่าทะเลออก ไปปล่อยที่ทะเลค่ะ เป็นโชคดีของเต่าทะเลพวกนี้จริงๆ เพราะปัจจุบันทะเลในประเทศไทยค่อนข้างมีเต่าทะเลตาม ธรรมชาติอยู่น้อยมาก ยังมีคนที่จับเต่าทะเลเพื่อไปขาย หรือฆ่าเอาไปกินเป็นจำนวนมาก ฟังแล้วก็ตกใจอยู่ ใช่ไหมล่ะคะ เต่าตัวใหญ่ หน้าตาน่ารักขนาดนี้ ก็ยังมีคนใจร้ายฆ่าเอาเนื้อไปกินเป็นยาอายุวัฒนะ หรือนำ กระดองเต่าไปขายไว้ประดับบ้าน ระบบนิเวศทางทะเลเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเราชอบทะเลอย่างเดียวแต่ไม่คิดจะอนุรักษ์ระบบนิเวศ ต่างๆ ไว้ในคงสภาพความเป็นอยู่ให้ดีที่สุด คงยากที่ในอนาคตเราจะได้เห็นทะเลสวยๆ แบบวันนี้ใช่ไหม ล่ะคะ เพราะฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นนักท่องเที่ยวแบบคนรุ่นใหม่ นอกจากเราจะมาเที่ยวแล้ว ก็ต้องช่วย กันดูแล ไม่ว่าจะเป็นปะการัง หรือสัตว์น้ำเพื่อให้ระบบนิเวศยังสมบูรณ์อยู่มากที่สุดค่ะ สำหรับใครที่อยากมาเที่ยวสูดอากาศสะอาดๆ ที่เกาะมันใน มาเที่ยวชมการอนุรักษ์พันธุ์เต่า ทะเล ก็แวะมาได้ที่ “ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก” ค่ะ เพราะนอกจาก เราจะได้เที่ยวแล้ว ยังได้ความรู้เรื่องเต่าทะเล และความรู้สึกดีๆ ของการมาเที่ยวเชิงอนุรักษ์กลับ มาอีกเพียบ ที่อยู่ : ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก หมู่เกาะมัน ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เปิดบริการ : 08.00-17.00 น. โทร : 0-3866-1693 การเดินทาง : การเดินทางไปเกาะมันในอาจเช่าเรือไปได้จากทั้งสองแห่ง การเช่าเรือจากแหลมแม่พิมพ์ต้องไปลงเรือที่อ่าวมะขามป้อม หรือถ้าเช่าเรือไปจากปากน้ำประแสร์
อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ระยอง
วันสุนทรภู่ ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปีค่ะ ซึ่งมีความสำคัญ เพราะเป็นวันที่เราจะได้รำลึก ถึง ครูกลอน ในหน้าประวัติศาสตร์ไทยก็คือ สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร กวีเอกของไทย ที่สร้างสรรค์ วรรณคดี บทกลอน ต่างๆ ที่มีชื่อเสียง และวันนี้เราจะพาไปรำลึกถึงกวีเอกท่านนี้กันที่ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ หนึ่ง ในที่เที่ยวระยอง กันนั่นเอง อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ตั้งอยู่เลยแหลมแม่พิมพ์ไปทางตำบลกร่ำ อำเภอแกลง ประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้กับ พระสุนทรโวหาร หรือ สุนทรภู่ ครูกวีเอกของไทยในสมัย รัตนโกสินทร์ตอนต้น ผู้สร้างสรรค์บทประพันธ์อันทรงคุณค่ามากมาย ซึ่งท่านเคยมาเยือนที่อำเภอแกลงแห่งนี้ เมื่อครั้งวัยหนุ่ม พร้อมกับได้ประพันธ์ นิราศเมืองแกลง เอาไว้ด้วย ภายในอุทยานประดิษฐาน รูปหล่อสุนทรภู่ นั่งในท่าที่กำลังแต่งโคลงกลอนอยู่หน้าสระน้ำใหญ่ ด้านหน้าทางเข้ามีเรือนไทยจำลองตั้งอยู่ อีกทั้งยังมีประติมากรรมรูปปั้นหล่อ พระอภัยมณี นางผีเสื้อสมุทร และ นางเงือก ตัวละครในวรรณคดีสำคัญของไทยตั้งอยู่ที่นี่อีกด้วยค่ะ ซึ่งออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี นับว่าที่นี่เป็นอนุสาวรีย์กวีแห่งแรกและแห่งเดียวที่มีอยู่ในประเทศไทย และเปิดให้เข้าขมอย่าง เป็นทางการเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2513 ค่ะ สุนทรภู่ หรือ พระสุนทรโวหาร (ภู่) เป็นกวีในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น เชกสเปียร์แห่งเมืองไทย เข้ารับราชการเป็นอาลักษณ์ราชสำนัก ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นภาลัย (รัชกาลที่ 2) และเมื่อสิ้นรัชกาล ก็ได้ออกบวชเป็นเวลา 20 ปี ก่อนจะกลับเข้ารับราชการอีกครั้งใน ปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) สุนทรภู่ มีบิดาเป็นชาวบ้านกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง โดยเชื่อถือตาม พระนิพนธ์ของ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่อง ชีวิตและงานของสุนทรภู่ อีกทั้งยังมีปรากฏเนื้อความอยู่ใน นิราศ เมืองแกลง ของสุทรภู่เองอีกด้วย เชื่อกันว่าในวัยเด็ก สุนทรภู่ได้ร่ำเรียนหนังสือกับพระใน สำนักวัดชีปะขาว ตามเนื้อความส่วนหนึ่ง ที่ปรากฏใน นิราศสุพรรณ และต่อมาในวัยหนุ่ม สุนทรภู่ได้ลอบรักกับนางข้าหลวงในวังหลังคนหนึ่ง ชื่อแม่จัน ซึ่งเป็นบุตรหลานผู้มีตระกูล จึงถูกกรมพระราชวังหลังกริ้ว จนถึงให้โบยและจำคุกคนทั้งสอง แต่เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. 2349 จึงมีการอภัยโทษแก่ผู้ถูกลงโทษทั้งหมด ถวายเป็นพระราชกุศล หลังจากสุนทรภู่ออกจากคุก ก็เดินทางไปหาบิดาที่เมืองแกลง จังหวัดระยอง การเดิน ทางครั้งนี้สุนทรภู่ได้แต่ง นิราศเมืองแกลง พรรณนาสภาพการเดินทางต่างๆ เอาไว้โดยละเอียด และลงท้าย เรื่องว่า แต่งมาให้แก่แม่จัน กลับจากเมืองแกลงคราวนี้ สุนทรภู่จึงได้แม่จันเป็นภรรยา แต่กลับจากเมืองแกลง เพียงไม่นาน สุนทรภู่ต้องติดตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ในฐานะมหาดเล็กตามเสด็จไปในงานพิธีมาฆบูชาที่ พระพุทธบาท สระบุรีในปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2350 สุนทรภู่ได้แต่ง นิราศพระบาท พรรณนาเหตุการณ์ในการ เดินทางคราวนี้ด้วย สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมพระอาลักษณ์เมื่อ พ.ศ. 2359 ในรัชสมัยรัชกาลที่ 2 เมื่อ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงแต่งกลอนบทละครในเรื่อง "รามเกียรติ์" ติดขัดไม่มีผู้ใดต่อกลอน ได้ต้องพระราชหฤทัย จึงโปรดให้สุนทรภู่ทดลองแต่ง ปรากฏว่าแต่งได้ดีเป็นที่พอพระทัย จึงทรงพระกรุณาฯ เลื่อนให้เป็น ขุนสุนทรโวหาร สุนทรภู่รับราชการอยู่เพียง 8 ปี เมื่อถึงปี พ.ศ. 2367 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคต หลังจากนั้นสุนทรภู่ก็ออกบวช หลังจากลาสิกขาบท สุนทรภู่ได้รับพระอุปถัมภ์จากเจ้าฟ้าน้อย หรือสมเด็จเจ้าฟ้าจุฑามณี กรมขุนอิศเรศรังสรรค์ และได้แต่งเรื่อง พระอภัยมณี ถวายให้กรมหมื่นอัปสร สุดาเทพด้วย เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์สืบต่อมา ทรงสถาปนาเจ้าฟ้าน้อยขึ้น เป็น พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว สุนทรภู่จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ฝ่ายพระราชวังบวร มี บรรดาศักดิ์เป็น พระสุนทรโวหาร สุนทรภู่พำนักอยู่ในเขตพระราชวังเดิม ใกล้หอนั่งของพระยามนเทียรบาล (บัว) มีห้องส่วนตัวเป็นห้องพักกั้นเฟี้ยมที่เรียกชื่อกันว่า "ห้องสุนทรภู่" เชื่อว่าสุนทรภู่พำนักอยู่ที่นี่ตราบจนถึง แก่อนิจกรรม เมื่อปี พ.ศ. 2398 สิริรวมอายุได้ 69 ปี ผลงานที่มีชื่อเสียงของสุนทรภู่มีมากมายหลายเรื่อง เช่น นิราศภูเขาทอง นิราศสุพรรณ เพลงยาวถวายโอวาท กาพย์พระไชยสุริยา พระอภัยมณี และอื่นๆ อีกมากมาย ค่ะ อีกทั้งยังมีงานประพันธ์หลายชิ้นของสุนทรภู่ที่เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนในปัจจุบันอีกด้วย โดยเฉพาะ งานประพันธ์เรื่อง พระอภัยมณี ที่ได้รับยกย่องจากวรรณคดีสโมสรว่า เป็นยอดของวรรณคดีประเภทกลอน นิทาน และเป็นผลงานที่แสดงถึงทักษะ ความรู้ และทัศนะของสุนทรภู่อย่างมากที่สุด และในปี พ.ศ.2529 สุนทรภู่ ยังได้รับยกย่องจาก องค์การยูเนสโก ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกด้านงานวรรณกรรมอีกด้วย ด้วยผลงานมากมายของสุนทรภู่ที่มีความงดงามในด้านงานประพันธ์ ทำให้ทุก วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี ถือเป็น วันสุนทรภู่ ซึ่งเป็นวันสำคัญด้านวรรณกรรมของไทย โดยแต่ละที่จะจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปะการประพันธ์บทกวีของไทยเรานั่นเองค่ะ โดยเฉพาะที่ จังหวัดระยอง บริเวณ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ที่จะมีการจัดการแสดงพื้นบ้าน ขบวนแห่ต่างๆ เพื่อรำลึกถึงสุนทรภู่เป็นประจำทุกปี และสำหรับในปีนี้ วันสุนทรภู่ 2565 ได้มีการจัด งานวันสุนทรภู่ กวีโลก 2565 ขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 มิถุนายน 2565 นี้ ที่บริเวณ อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ค่ะ ข้อมูล อนุสาวรีย์สุนทรภู่ ระยอง ที่อยู่ : ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/miZ3sFDhk8gKvqY26 เปิดให้เข้าชม : 06.00-18.00 น.
ศาลสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ
สวัสดีค่ะ วันนี้ One day trip with Rayong PAO จะพาทุกๆคนเข้าสายมู (มูเตลู่) ของเหล่า ชาวเลกัน เพราะว่าสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวประมง ที่ไม่ว่าจะออกเรือหาปลาตอน ไหนก็ต้องมาบูชา สักการะและขอพรกับสมเด็จกรมหลวงชุมพรฯ หรือชื่อเต็มของพระองค์ท่านคือ พล.ร.อ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่่อให้การ เดินเรือออกจากฝั่งสำเร็จลุล่วงโดยสวัสดิภาพ ซึ่งกรมหลวงชุมพรฯ พระองค์ทรงได้นำความรู้ที่ได้เล่าเรียนมาปรับปรุงการเรียนการสอนวิชา ทหารเรือ โดยเพิ่มเติม วิชาดาราศาสตร์ ตรีโกณมิติ อุทกศาสตร์ เพื่อให้ทหารเรือไทยเมื่อสำเร็จการศึกษา แล้วสามารถเดินเรือทางไกลได้ ทั้งนี้ยังทรงเป็นครูสอนนักเรียนนายเรือด้วยพระองค์เอง รวมถึงยังได้เป็น ผู้วางรากฐานกิจการกองทัพเรือไทย ให้มีความเข็มแข็งมั่นคง เจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ พระองค์เป็นที่ศรัทธาของเหล่าชาวประมงทั่วประเทศไทย ในส่วนของเครื่องสักการะที่ผู้คนนิยมนำมาบูชาก็เป็นต้นว่า ดอกกุหลาบสีแดง พวงมาลัยดอก มะลิ การจุดประทัดถวาย รวมถึงเรือจำลองเป็น ต้น ในส่วนของเครื่องบวงสรวงเพื่อเซ่นไหว้ที่นิยมนำมา ถวายก็คือ น้ำตาลเมา ซึ่งพระองค์โปรดปรานเป็นพิเศษ รวมไปถึง เหล้า เบียร์ บุหรี่ ผลไม้ ขนม และกับ ข้าวไทยๆ รสจัด ซึ่งสิ่งที่ไม่ทรงโปรดก็ได้แก่ การเอาพวงมาลัยไปสวมพระเศียร และเมนูพะแนงเนื้อ เพราะเคยมีผู้นำมาถวายแล้วเกิดอาเพศ ทว่าไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่นะคะ นอกจากสายมูแล้ว สายชิวยังสามารถ มาเดินเล่นชมวิถีชีวิตชาวประมง พร้อมกับรับ บรรยากาศยามเย็นสวยๆได้อีกด้วยนะคะ แล้วคราวหน้าเราจะพาไปชมสถานที่สวยๆที่ไหนอีก ติดตามชม ได้ในบทความหน้านะคะ การเดินทาง : จากตัวเมืองระยองให้ใช้เส้นทาง ถ.สุขุมวิท วิ่งไปทาง จ.จันทบุรี กระทั่งเมื่อมา ถึงก.ม.ที่ 278 แล้วก็ให้เลี้ยวขวาที่แยกประแส จากนั้นวิ่งตรงไปเรื่อยๆ แล้วให้เลี้ยวขวาอีกครั้งเพื่อเข้าสู่ ถ.เทศบาล 1 ซึ่งจุดสังเกตคือปั๊มน้ำมันเก่าๆตรงปากทาง แล้วก็ให้วิ่งตรงไปจนสุดทางสามแยกจึงเลี้ยว ขวาไปอีกเล็กน้อย พอข้ามสะพานก็จะพบศาลอยู่ฝั่งซ้ายมือ เวลาทำการ : 7.00 น.-18.00 น. ที่มา : https://www.traveloka.com/th-th/explore/destinatio พิกัด : https://maps.app.goo.gl/eUYXYhH9vdPggoCe6
ต้นก้ามปูยักษ์ จังหวัดระยอง
ต้นก้ามปูยักษ์ หรือต้นจามจุรี ต้นนี้ ขึ้นอยู่ในพื้นที่ ตำบลชากบก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง กำลังเป็นที่ฮือฮา จากความแปลกตาของรูปทรงที่ธรรมชาติสร้างสรร บรรยากาศ ร่มรื่น จนกลายเป็นจุด เชคอินของนักท่องเที่ยว เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ในจังหวัดระยอง โด่งดังอยู่ในโลกออนไลน์ ใครมาก็ต้อง บันทึกภาพ ซึ่งมีความสวยในทุกมุม นางอยู่เย็น ปะโภชน์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 ม. 8 ต.ชากบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง บอกว่า ต้นก้ามปูต้นนี้ มีอายุกว่า 150ปี ตนเองเกิดมาก็เห็นต้นก้ามปูยักษ์ต้นนี้ ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์รวม ของประชาชน เพราะมีการจัดงานประเพณีต่างๆที่นี่ โดยเฉพาะการแห่นางแมวขอฝน ชาวบ้านที่ทำพิธีก็ จะขึ้นไปขอฝนกันบนต้นก้ามปูต้นนี้ พอสมัยนี้ ยังไม่มีการจัดงานเพราะช่วงโควิด แต่มีการพัฒนาพื้นที่โดย เทศบาลตำบลชากบก พัฒนา ให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ประชาชนเข้ามาเที่ยว ชาวชุมชนก็นำข้าวของมาขาย มีรายได้ในช่วงโควิด เพราะที่ตลาดนัดขายของไม่ค่อยได้ ถึงแม้จะเป็นช่วงโควิดกลัวการติดเชื้อ แต่คน ที่มาเที่ยวและคนขายของ ก็ระมัดระวัง โดยเฉพาะวันหยุดจะมีคนมาเที่ยวเยอะก็ไม่ให้อยู่กันหนาแน่น และต้องสวมแมส นายตรีเทพ คงมณี (ด้วง) อายุ 54 ปี บ้านเลขที่ 19/9 ม.8 ต.ชากบก อ.เมือง จ.ระยอง บอกว่า เดิมที่ดินผืนนี้เป็นของพ่อคุณเสริม ซึ่งเป็นแพทย์ประจำตำบล สมัยนั้นคือ หมอพื้นบ้าน รับรักษาคนที่เจ็บ ป่วยท่านเป็นคนใจบุญชอบทำบุญมาก และเห็นความสำคัญของการจัดงานประเพณี โดยเฉพาะงาน สงกรานต์ จึงได้ยกที่ดินผืนนี้ให้ใช้ประโยชน์สาธารณะ เพื่อทำบุญหมู่บ้านและจัดงานประเพณีทุกปี ชาว ชุมชนก็จะใช้ที่ดินจัดงาน โดยอาศัยร่มเงาของต้นก้ามปูที่แผ่กิ่งก้านสาขา เพราะสมัยก่อนไม่มีจุดที่พักให้ ประชาชน ก็จะมาอยู่ใต้ต้นก้ามปูต้นนี้ ซึ่งร่มเงาเย็นสบายมากที่สุด เด็กจะพากันมาวิ่งเล่นใต้ต้นก้ามปูกัน ทุกวัน และยังได้เชื่อว่าการที่ต้นไม้ออกกิ่งก้านสาขาสวยงาม และร่มรื่นแบบนี้ ต้องมีรุกขเทวดาประจำ อยู่ ซึ่งทางนายนาค ระยอง นายกเทศมนตรีตำบลชากบก เล็งเห็นความสำคัญจึงจัดสรรงบประมาณ พัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยว สำหรับ ต้นก้ามปู ใหญ่ต้นนี้ มีลำต้นขนาดประมาณ 5 คนโอบ รูปทรงไม่สูง แต่กลับแผ่กิ่งก้าน สาขาเป็นทรงพุ่มสวยงามปกคลุมพื้นที่กว่า 1 ไร่ ทำให้ภายใต้ต้นโล่ง โปร่ง และร่มรื่น จากธรรมชาติ รังสรรค์ อีกทั้งเทศบาลตำบลชากบก ได้พัฒนาพื้นที่ สร้างที่นั่งไม้ล้อมรอบโคนต้น โดยออกแบบให้ กลมกลืน เข้ากับธรรมชาติ จนเกิดความงดงามที่ลงตัว เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ชาวชุมชนชากบก ต่างก็ นำสินค้าพื้นบ้านมาวางจำหน่าย เช่น ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารพื้นเมือง ขนมและน้ำ สร้างรายได้ให้กับ ชาวชุมชนในช่วงโควิด-19 อีกด้วย ต้นก้ามปูยักษ์ บ้านค่ายระยอง อยู่ใกล้สี่แยกไฟแดง ชากกอไผ่ อำเภอ บ้านค่าย จังหวัดระยอง ถ้ามาไม่ถูก ปักหมุด ที่ ต้นก้ามปูยักษ์ บ้านค่ายระยอง นำทางมาถึงที่ ที่มา : https://www.sanook.com/travel/1427289/
ตลาดน้ำเกาะกลอย
ตลาดน้ำเกาะกลอย เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่คุณพ่อบอกคุณแม่จะพาบทหลาน ของท่านมาเที่ยวชม มาให้อาหารปลาที่มีจำนวนมากมายหลากหลายสายพันธุ์และตัวใหญ่มาก หรือจะปั่น รถถีบจักรยานน้ำ ก็สนุกอย่างเช่นกัน ยังมีโซนที่พักผ่อนหย่อนใจใจร่มรื่น มีร้านค้าและร้านขนมขายรวมถึง ของเล่นให้คุณน้องๆหนูๆได้เลือก สนุกมากมาย มีร้านคาเฟ่ร้านกาแฟให้นั่งชิล เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9:00 น - 18:00 น อยู่ในปั๊ม ปตท. PTT STATION ติด กับเซ็นทรัล ระยอง บรรยากาศตลาดเก่า ริมน้ำ เดินเล่นสบายๆ สูดโอโซนธรรมชาติ พักผ่อนอิริยาบถอย่างเต็มที่ เดินชมของเก่า ช้อปปิ้งขนม ของฝาก ดื่มกาแฟอเมซอน ให้อาหารปลา ออกกำลังปั่นเรือถีบ ที่อยู่ : ตลาดน้ำเกาะกลอย 65/3 อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/tcCXQY67YB5EXMhRA เปิดให้เข้าชม : 09.00-18.00 น. ที่มา : https://th.trip.com/moments/detail/rayong
หาดแม่รำพึง
ลองมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวสุดฟิน! ที่ "หาดแม่รำพึง" ดินแดนแห่งความสุขริม ทะเลตะวันออก ที่นี่ คุณจะได้พบกับหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีฟ้า เหมาะสำหรับการพักผ่อน กิจกรรมทางน้ำสุดมันส์ ให้คุณได้สนุกสนาน ตื่นเต้น เติมเต็มทุกความประทับใจหาดแม่รำพึง ที่เที่ยวที่ เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย จะมาคนเดียว มาเป็นคู่ มาเป็นครอบครัว ก็สนุกสนานได้เต็มที่ พร้อมแล้ว หรือยัง? ที่จะออกเดินทางไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ หาดแม่รำพึง ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง เป็นชายหาดที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ น้ำทะเลใส หาด ทรายขาว เหมาะแก่การพักผ่อน หลีกหนีความวุ่นวาย ชายหาดแม่รำพึงยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ทรายขาวละเอียด น้ำทะเลใสสีคราม เหมาะแก่การเล่นน้ำ อาบแดด หรือเดินเล่นพักผ่อน ที่นี่เงียบสงบ ร่มรื่น ผู้คนไม่พลุกพล่าน เหมาะกับการมาพักผ่อนแบบส่วนตัวหรือครอบครัว ทั้งยังมีสิ่งอำนวยความ สะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า ที่พัก เก้าอี้ชายหาด ร่ม และห้องน้ำ หาดแม่รำพึง ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบสงบ น้ำทะเลใส หาดทรายขาว เหมาะแก่การพักผ่อน แต่ที่ นี่ไม่ได้มีแค่การนอนอาบแดดเท่านั้น ยังมีกิจกรรมสนุกๆ มากมาย ให้ท่านได้เพลิดเพลิน ดังนี้ 1. เล่นน้ำทะเล: กิจกรรมยอดฮิตบนชายหาด คงหนีไม่พ้นการเล่นน้ำทะเล หาดแม่รำพึง มีน้ำ ทะเลใส คลื่นลมสงบ เหมาะแก่การว่ายน้ำ เล่นน้ำ หรือ เล่นกีฬาทางน้ำ เช่น เจ็ทสกี บานาน่าโบ๊ท พาย เรือคายัค 2. ดำน้ำตื้น: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโลกใต้ท้องทะเล หาดแม่รำพึง มีจุดดำน้ำตื้น ที่สวยงาม มากมาย ท่านจะได้พบกับปะการังหลากสีสัน และ สัตว์น้ำนานาชนิด 3. ตกปลา: หากท่านต้องการสัมผัสประสบการณ์การตกปลา ริมชายหาดแม่รำพึง มีบริการให้ เช่าอุปกรณ์ตกปลา ท่านสามารถนั่งตกปลา บนชายหาด หรือ ลงเรือตกปลา ก็ได้ 4. นั่งเรือชมพระอาทิตย์ตกดิน: ชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน เหนือท้องทะเล บนเรือ เป็นกิจกรรม สุดโรแมนติก ที่หาดแม่รำพึง ท่านสามารถจองทริปล่องเรือ ชมพระอาทิตย์ตกดิน ได้กับบริษัททัวร์ บน ชายหาด 5. เดินเล่นบนชายหาด: เดินเล่นบนชายหาด เก็บเปลือกหอย ชมวิวทะเล เป็นกิจกรรมง่ายๆ ที่ ผ่อนคลาย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย 6. ปิกนิก: ปูเสื่อ นั่งเล่น ทานอาหาร บนชายหาด เป็นกิจกรรมสนุกๆ ที่เหมาะกับครอบครัว หรือ กลุ่มเพื่อน 7. ช้อปปิ้งของฝาก: บนชายหาดแม่รำพึง มีร้านขายของฝาก มากมาย ท่านสามารถซื้อของฝาก ของที่ระลึก กลับบ้านได้ 8. ถ่ายรูป: ชายหาดแม่รำพึง มีมุมสวยๆ มากมาย ให้ท่านได้ถ่ายรูป เช็คอิน หาดแม่รำพึง ตั้งอยู่บนชายฝั่งตะวันออก ของประเทศไทย ในจังหวัดระยอง ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 200 กิโลเมตร การเดินทางมายังหาดแม่รำพึง สะดวก รวดเร็ว มีหลายวิธี ดังนี้ 1. รถยนต์ส่วนตัว: ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 7 (ถนนสุขุมวิท) มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง เมื่อถึง จังหวัดระยอง ให้ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 36 (ถนนเพชรเกษม) มุ่งหน้าสู่หาดแม่รำพึง ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 2-3 ชั่วโมง 2. รถทัวร์: มีรถทัวร์ จากกรุงเทพฯ ไปยังจังหวัดระยอง ออกเดินทางทุกวัน จากสถานีขนส่ง หมอชิต และ สถานีขนส่งเอกมัย เมื่อถึงจังหวัดระยอง ให้ต่อรถสองแถว หรือ รถแท็กซี่ ไปยังหาดแม่ รำพึง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3-4 ชั่วโมง 3. รถตู้: มีรถตู้ให้บริการรับส่ง จากกรุงเทพฯ ไปยังหาดแม่รำพึง ออกเดินทางทุกวัน จองตั๋ว ล่วงหน้า กับบริษัททัวร์ ที่สะดวก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง 4. รถไฟ: นั่งรถไฟ ไปยังสถานีรถไฟระยอง เมื่อถึงสถานีรถไฟระยอง ให้ต่อรถสองแถว หรือ รถ แท็กซี่ ไปยังหาดแม่รำพึง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง 5. เครื่องบิน: นั่งเครื่องบิน ไปยังสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จังหวัดระยอง เมื่อถึงสนามบิน ให้ต่อรถแท็กซี่ หรือ เช่ารถ ไปยังหาดแม่รำพึง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ที่อยู่ : ตำบลตะพง อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 21000 ที่มา : https://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=3666
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา - เขาวง
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ขึ้นชื่อ อีกแห่ง หนึ่งของจังหวัดระยอง สำหรับ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม อำเภอแกลง กิ่ง อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง และอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี อาจเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทาง ภาคตะวันออกของประเทศ มีสภาพป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารของจังหวัดระยอง มี สัตว์ป่าชุกชุม และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก หน้าผา ถ้ำ ทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่งดงาม อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง มีเนื้อที่ประมาณ 52,300 ไร่ หรือ 83.68 ตารางกิโลเมตร เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 13 ของประเทศไทย ลักษณะภูมิประเทศของป่าเขาชะเมา เป็นเทือกเขาสูงชัน สลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินแปร หินไนส์ หินชีสต์ มียอดเขาสูงสุด คือ "ยอดเขาชะเมา" สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,024 เมตร เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำของห้วยหลายสาย เช่น คลองระโอก คลองโพล้ คลองหินเพลิง เป็นต้น ซึ่งลำคลองเหล่านี้ เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำประแสร์เส้นชีวิตของ จังหวัดระยอง การเดินทางไป อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง จากกรุงเทพฯ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 7 ถนนมอเตอร์เวย์ เลี้ยวซ้ายออกอำเภอบ้านบึง เดินทางต่อไปตามทางหลวงหมายเลข 344 ถึงสามแยก อำเภอแกลง เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท ถึงตลาดบ้านเขาดิน อำเภอแกลง จังหวัด ระยอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบ้านเขาดิน ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ถึงสี่แยกพัฒนา จะเห็นป้ายบอกทาง เข้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เลี้ยวขวาที่สีแยกพัฒนา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ ทำการอุทยานแห่งชาติ จากกรุงเทพฯ ไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท ถึงตลาดบ้านเขาดิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เลี้ยวซ้ายเข้าถนนบ้านเขาดิน ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ถึงสี่แยกพัฒนา จะเห็นป้าย บอกทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง เลี้ยวขวาที่สีแยกพัฒนา ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะ ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง ตู้ปณ.11 อำเภอแกลง จังหวัดระยอง 21110 โทรศัพท์ 0 3802 0510 (VoIP), 0 3889 4378 โทรสาร 0 3889 4378 อีเมลล์ : Chamao_@hotmail.com ที่มา : https://www.facebook.com/search/top/?น้ำตกเขาชะเมา
วัดน้ำตกธรรมรส
วัดน้ำตกธรรมรส หรือ สำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง โดยมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่เลยทีเดียว และมี หลวงพ่อธรรมรส หรือ หลวงพ่อคล้าย ฐิตธัมโม แห่งสำนักสงฆ์น้ำตกธรรมรสเป็นเจ้าอาวาสของวัด แน่นอนว่าที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติ กรรมฐานที่เปิดให้เข้าไปปฏิบัติธรรมกันอีกด้วยค่ะ ส่วนไฮไลท์ของ วัดน้ำตกธรรมรส นั้น ก็จะเห็นกันได้ตั้งแต่เดินเข้าไปยังวัดเลย เพราะมีสีสันสดใส สวยงาม โดดเด่นด้วยประติมากรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธรูปปางพระเจ้าเปิด โลก พระโพธิสัตว์ หอระฆังปราบมาร รูปปั้นพระพุทธองค์ทรงโปรดองคุลีมาลและพระอินทร์มาดีด พิณสอนธรรม รูปปั้นหลวงพ่อโต รวมถึงมีวนอุทยานสงฆ์น้ำตกธรรมรส ที่งดงามมากๆ ด้วยเช่นกันค่ะ ใครอยากเที่ยวชมวัดสวย ระยอง ที่ วัดน้ำตกธรรมรส แห่งนี้ ก็เดินทางมาได้ง่ายๆ เลยค่ะ คือถ้า มาจากชลบุรี ให้ใช้ถนนทางหลวงสาย 344 สายบ้านบึง-แกลง พอถึงกิโลเมตรที่ 67 ก็ให้กลับรถแล้ว เลี้ยวเข้าไปทางเดียวกันกับไปสวนละไมระยองเลยค่ะ และพอใกล้ถึงทางไปวัดน้ำตกธรรมรสจะตรงไป สักพักก็ถึงแล้วค่ะ ที่อยู่ วัดน้ำตกธรรมรส อ.วันจันทร์ จ.ระยอง เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น. ที่มา : ( https://goo.gl/maps/NfMeFYmWEXMgaM579 )
หาดพยูน
ทะเลระยองช่วงนี้ ฮีลใจสุดๆเลยค่ะ เรามาเที่ยวบ้านฉาง ต้องแวะมาที่หาดพยูนกันแล้ว เป็น หาดที่สงบ คนไม่เยอะมาก เหมาะแก่มาพักผ่อนหย่อนใจ นั่งเล่นชิลล์ๆ หาดพยูนอยู่ตรงกลางระหว่างหาด น้ำรินกับหาดพลา ยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ทางมาที่หาดจะมีต้นสน ขับมาสุดทางจะเจอกับ ศาลหลวง เตี่ยอยู่ติดกับสะพานมังกร ข้ามสะพานคลองเล็กๆ ชื่อว่า สะพานหลวงเตี่ยบ้านพยูน ถ้าไปช่วงพระอาทิตย์ ตกดิน เป็นช่วงที่สวยมาก แสงส้มทั่วทั้งชายหาด และที่นี่ยังมีร้านค้าพ่อค้าแม่ค้า มาขายของมากมาย มี ร้านอาหาร ร้านนั่งชิลล์ ใกล้กับหาดพยูน อีกด้วยนะคะ ร้านขายของกิน มีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 15.00-21.00 น. พิกัด https://maps.app.goo.gl/yyuKDR9FdQzUGbVs6
วัดตะเคียนทอง
หลวงปู่ก๋วน หรือ พระครูสุกิจจานุรักษ์ นามเดิม ก๋วน สกุล ริมราง บิดา นายเปรม ริมราง (มารดาผู้เขียนไม่ทราบ) เกิดปีมะเมีย วันที่ 16 มิถุนายน 2461 ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง อุปสมบท 24 พฤษภาคม 2491 ณ.วัดตะเคียนทอง ต.แกลง อ.เมือง จ.ระยอง พระครูประทุมธรรมมาภิบาล พระอุปัชฌาย์ พระอธิการสนธิ์(พระครูโกศลสังฆกิจ) พระกรรมมาจารย์ พระอธิการรวย(พระครูสุนทรธรรมมานุศาสตร์)พระอนุสาวนาจารย์ สำเร็จญัตติจตุตถกรรมวาจาเวลา 14.29 น.ฉายาว่า อคฺควโย มรณภาพเมื่อ 20 กันยายน 2548 หลวงปู่ก๋วน เป็นพระวิปัสสนา กัมมัธฐาน สายยุบหนอ พองหนอ การปฏิบัติธรรม วัดตะเคียนทองลำดับสมาธิและญาณ 16 ของโยคี ผู้ดำเนินทางสมถะวิปัสสนาลูกศิษย์ของหลวงปู่ก๋วน และที่ขยายสำนักของวัดตะเคียนทองมีดังนี้ 1.พระอาจารย์น้ำเพชร มหาลาโภ เจ้าอาวาสวัดตะเคียนทอง มีอาจารย์ต้อย อาจารย์เมิน 2.อาจารย์สันต์ เจ้าอาวาสวัดเขาตะแบก อ.บ้านค่าย จ.ระยอง 3.อาจารย์สันติ ดอยแม่สลอง จ.เชียงราย 4.หลวงปู่บุญมี วัดป่าสันติวันพันชาติ จ.มหาสารคาม หรือบางทีท่านจะไปจำพรรษาที่ วัดพุทธธรรมวนาราม (วัดป่าบ้านโนนงิ้ว) ต.หนองสนิท อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ 5.พระอาจารย์นพ วัดถ้ำเขาชะอางค์ กิ่งอำเภอเขาชะเมา ระยอง 6.อาจารย์สมคิด วัดศรีพุ่มโพธิ์ ชลบุรี 7.อาจารย์ไพรสณฑ์ วัดโคกหลวง ราชบุรี หลวงปู่เป็นพระที่มีศีลจารวัตรดีเลิศ เอาใจใส่ลูกศิษย์ทุกคน หลวงปู่เป็นพระปฏิบัติดีและสอน ลูกศิษย์ให้ปฏิบัติตามท่าน พระเครื่อง ที่หลวงปู่ได้ดำริสร้างทุกรุ่นหลวงปู่จะคัดเลือกมวลสารเอง มวลสาร แต่ละอย่าง หาได้มาด้วยความลำบาก ต้องปีน ต้องมุดเขาไปเอามา จากในถ้ำและหน้าฝาสูง เรื่องพุทธคุณ ไม่ต้องพูดถึง หลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้ว กายสังขารของท่านก็ไม่เน่าเปื่อย ที่มา : https://www.lptuad.org/2015/09/
สวนละไม
ตามเรามาเช็กอิน เที่ยวระยอง กันที่ สวนละไม ค่ะ สวนผลไม้ อร่อยได้จากต้นเลยทีเดียว ซึ่งใน ช่วงเดือนพฤษภาคม และมิถุนายนนั้น เป็นหน้าผลไม้ที่ใครๆ หลายคนรอคอย ทั้งเงาะ มังคุด ลองกอง รวม ไปถึง King of Fruit อย่าง ทุเรียน ก็เตรียมตัวมาพร้อมรอให้ไปชิมถึงสวน เอ๊ะๆ อย่าคิดว่า กินในกรุงเทพฯ ก็ได้นะจ๊ะ เพราะฟีลลิ่งบรรยากาศการไปกินถึงสวนนั้นมันฟินกว่ามาก แถมยังเป็น บุฟเฟ่ต์ผลไม้ ให้กินได้ ไม่อั้น จัดกันไปยาวๆ นอกจากนี้ ที่บริเวณด้านหน้าสวนละไม ยังมี ฟาร์มแกะ สุดคิ้วท์ ในเราไปเล่นและสัมผัสน้อง แกะอย่างใกล้ชิด ถ่ายรูป และป้อนหญ้าได้อย่างสนุกสนานค่ะ รวมถึงใครอยากมาชิลขั้นสุดไปอีก ไฮไลท์ สุดๆ ของที่นี่เลยก็คือ ที่พักรถบ้าน นั่นเอง หาวันสบายๆ มาชิล เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ปิ้งย่างบาร์บีคิว นอน ในรถบ้านกันดู ก็ได้บรรยากาศสุดๆ ไปเลยค่า ที่อยู่ : 19/9 ถนนบ้านบึง-แกลง (สาย 344) ตำบลป่ายุบใบ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง พิกัด : https://maps.app.goo.gl/KWchr671poovRBbB8 เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น. เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Suanlamai
สะพานรักษ์แสม
สะพานรักษ์แสม บริเวณป่าชายเลนแห่งนี้เป็นเขตอนุรักษ์และเพาะพันธุ์สัตว์ มีธนาคารปูแสม ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มของชาวบ้านเนินทรายหมู่ที่ 2 และสมาชิกเครือข่าย ที่ต้องการจะอนุรักษ์และ เพิ่มจำนวนสัตว์น้ำในช่วงฤดูวางไข่ ประกอบกับดูแลรักษาผืนป่าชายเลนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำให้มี ความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปูแสม จึงมีการสร้างธนาคารปูเพื่อเพาะขยายพันธุ์ปูให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และในปี พ.ศ. 2554 ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดระยองเพื่อก่อสร้าง สะพานรักษ์แสม เป็น สะพานไม้เดินชมทัศนียภาพและระบบนิเวศน์คลองท่าตาโบ๊ย ระยะทางของสะพานยาวประมาณ 100 เมตร ส่วนทางเดินไม้ยาว 200 เมตร สามารถเดินชม ความงดงามของป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ดูปูแสม ในบรรยากาศธรรมชาติเงียบสงบ ชิลล์อย่าบอกใคร เหมือนกับว่าหลุดมาโลกอีกมิติหนึ่งยังไงยังงั้น เพียงแค่เดินเล่นไปตามทาง เราจะสัมผัสได้ถึงความคึกคัก ของบรรดาสิ่งมีชีวิตน้อยใหญ่ที่อาศัยอยู่ในป่านี้ ส่วนของเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสะพานรักษ์แสมนั้น จะเป็นเส้นทางเดินที่วนเป็นวงกลม ระยะทางรวมประมาณ 800 เมตร ใช้เวลาเพียง 20-30 นาทีเท่านั้น อากาศดีเดินสบาย ไปได้ทั้งเด็ก และผู้ใหญ่ ที่ตั้ง : หมู่ 2 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง พิกัด : https://goo.gl/maps/KXNHm614HCXFveJE7 โทร : 0-3865-5420 (ททท. สำนักงานระยอง), 0-3803-7612 (เทศบาลตำบลเนินฆ้อ) เปิดเข้าชม : ทุกวัน 08.00 - 18.00 น. การเดินทาง : สายมอเตอร์เวย์ (สาย 7) มุ่งหน้าสู่จังหวัดระยอง ประมาณ 80 กิโลเมตร และให้เลี้ยวซ้าย เพื่อสู่เข้าถนนหมายเลข 344 ตรงไปจนถึงถนนสุขุมวิท หมายเลข 3 ให้เลี้ยวขวาขับไป ประมาณ 6 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าถนนชนบทหมายเลข 3161 ประมาณ 3 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 3161 และเลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าสู่ถนนหมายเลข 3046 มุ่งสู่สะพานรักษ์แสม